พลิกโฉมการบริหารโครงการคลังสินค้าทั่วประเทศสู่ยุคดิจิทัล: เรื่องราวความสำเร็จของ Genesis Warehouse กับ KANNA

ความสำเร็จการใช้งาน KANNA จากลูกค้า

Genesis Warehouse

พลิกโฉมการบริหารโครงการคลังสินค้าทั่วประเทศสู่ยุคดิจิทัล: เรื่องราวความสำเร็จของ Genesis Warehouse กับ KANNA

Construction Industry

Real Estate and Rental Services

Indonesia

Company Name

Genesis Warehouse

Business Activities

บริการให้เช่าคลังสินค้า (Warehouse Rental Services)

Services

KANNA Project

KANNA Report

ผู้นำด้านบริการให้เช่าคลังสินค้าของอินโดนีเซีย ยกระดับการบริหารโครงการด้วย KANNA

Genesis Warehouse เป็นหนึ่งในบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของอินโดนีเซียที่เชี่ยวชาญด้าน บริการให้เช่าคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้า (Warehouse Rental Services) โดยมีโครงการครอบคลุมพื้นที่สำคัญทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็น Kelapa Gading, Karawang, Cikarang, Marunda รวมถึงพื้นที่อื่น ๆ นอกเกาะชวา

ด้วยการบริหารโครงการก่อสร้างคลังสินค้าจำนวนมากที่มีความซับซ้อน ใช้ระยะเวลาดำเนินงานยาวนาน และเกี่ยวข้องกับผู้รับเหมา ผู้ขาย และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลายฝ่าย การจัดการข้อมูลและการประสานงานอย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กร

ทีมงาน KANNA Indonesia ได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมชมสำนักงานใหญ่ของ Genesis Warehouse และพูดคุยกับ คุณ Ivindra Pane (Vice President of Engineering) และ คุณ Winda Herviani (Assistant Manager of Engineering) เพื่อรับฟังถึงประสบการณ์และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นหลังจากการนำ KANNA มาใช้ในการบริหารโครงการ

ก่อนนำ KANNA มาใช้งาน ทีมงานต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการ ทั้งการสื่อสารที่กระจัดกระจาย การจัดการข้อมูลที่ขาดความเป็นระบบ และกระบวนการรายงานผลที่ไม่มีประสิทธิภาพ

หลังจากนำ เครื่องมือบริหารโครงการบนคลาวด์ของ KANNA (Cloud-Based Project Management Platform) มาใช้ Genesis Warehouse สามารถพลิกโฉมกระบวนการทำงานได้อย่างชัดเจน ทั้งในด้าน

  • การจัดระเบียบข้อมูลโครงการอย่างเป็นระบบ

  • การติดตามข้อมูลจากศูนย์กลาง (Centralized Data Management)

  • การมองเห็นความคืบหน้าของโครงการแบบเรียลไทม์ (Real-Time Project Visibility)

  • การประสานงานระหว่างทีมงานและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ผลลัพธ์ที่ได้คือการยกระดับการบริหารโครงการคลังสินค้าทั่วประเทศให้มีความโปร่งใส รวดเร็ว และพร้อมรองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว.

Background And Effects of KANNA Implementation

Issue

ความท้าทายก่อนนำ KANNA มาใช้

  • ข้อมูลกระจัดกระจายอยู่ในหลายช่องทาง ทั้งอีเมลและ WhatsApp
    ทำให้การติดตามการแก้ไขเอกสาร เวอร์ชันล่าสุดของข้อมูล และความคืบหน้าของโครงการเป็นเรื่องยุ่งยากและใช้เวลานาน

  • วิศวกรต้องถ่ายโอนรูปภาพจากโทรศัพท์มือถือไปยังคอมพิวเตอร์ก่อนส่งต่อทางอีเมล
    กระบวนการดังกล่าวต้องทำหลายขั้นตอน ส่งผลให้เกิดความล่าช้าและลดประสิทธิภาพในการรายงานข้อมูลจากหน้างาน

  • ไม่มีแพลตฟอร์มกลางสำหรับจัดเก็บและแบ่งปันข้อมูลโครงการ
    ส่งผลให้เกิดความสับสนในการสื่อสาร ข้อมูลไม่เป็นปัจจุบัน และทำให้การประสานงานระหว่างทีมงานต่าง ๆ เป็นไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพ

Key Factors For Implementation

  • เหตุผลที่เลือก KANNA

    • รองรับการทำงานผ่านมือถืออย่างเต็มรูปแบบ (Mobile-First)
      ช่วยให้วิศวกรสามารถอัปเดตข้อมูลโครงการได้โดยตรงจากหน้างานผ่านสมาร์ตโฟน โดยไม่จำเป็นต้องกลับมาที่สำนักงานหรือใช้คอมพิวเตอร์ก่อน

    • ระบบซิงโครไนซ์ข้อมูลบนคลาวด์ (Cloud-Based Synchronization)
      ข้อมูลทั้งหมดจะถูกบันทึกและอัปเดตโดยอัตโนมัติบนระบบคลาวด์ ช่วยลดปัญหาพื้นที่จัดเก็บข้อมูลในโทรศัพท์เต็ม และทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลล่าสุดได้ทุกที่ทุกเวลา

    • เครื่องมือจัดทำรายงานในตัว (Built-in Reporting Tools)
      ช่วยให้สามารถสร้างรายงานได้ทันที ลดขั้นตอนการทำงานเอกสาร และทำให้การจัดเก็บและบริหารข้อมูลโครงการเป็นระบบมากยิ่งขึ้น

Effects and Improvements

ผลลัพธ์หลังการนำ KANNA มาใช้

  • การบริหารจัดการข้อมูลแบบรวมศูนย์ (Centralized Data Management)
    รวบรวมข้อมูลจากหลายทีมงาน ผู้รับเหมา และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ช่วยให้ทุกฝ่ายเข้าถึงข้อมูลชุดเดียวกันได้อย่างสะดวกและเป็นปัจจุบัน

  • เพิ่มความเป็นระเบียบและความสามารถในการตรวจสอบย้อนหลัง (Organization & Traceability)
    ข้อมูลทุกชิ้นมีแหล่งที่มาชัดเจน สามารถตรวจสอบประวัติการแก้ไข การอัปเดต และลำดับเหตุการณ์ย้อนหลังได้ ช่วยลดความสับสนและเพิ่มความน่าเชื่อถือของข้อมูลโครงการ

  • ติดตามความคืบหน้าโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Efficient Progress Tracking)
    ใช้งานฟังก์ชัน Gantt Chart ของ KANNA เพื่อติดตามแผนงาน กำหนดการ และความคืบหน้าของโครงการแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ทีมงานสามารถควบคุมงานให้เป็นไปตามแผนและส่งมอบโครงการได้ตรงตามกำหนดเวลา

ผู้ให้สัมภาษณ์

Mr. Ivindra Pane - Vice President of Engineering of Genesis Warehouse (Second from the Left) Ms. Winda Herviani - Assistant Manager of Engineering (Middle)

รายงานได้ทันที กำหนดการชัดเจน

— ช่วยเล่าถึงบริษัทและลักษณะธุรกิจของบริษัทให้ฟังหน่อยครับ

คุณวินดา:

Genesis Warehouse เป็นหนึ่งในบริษัทภายใต้กลุ่มธุรกิจ Genesis โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่ Kelapa Gading ประเทศอินโดนีเซีย

บริษัทดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ โดยมุ่งเน้นด้าน บริการให้เช่าคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้า (Warehouse Rental Services) เป็นหลัก

นอกเหนือจากพื้นที่ Kelapa Gading แล้ว เรายังมีโครงการและทรัพย์สินกระจายอยู่ในหลายพื้นที่สำคัญทั่วประเทศ เช่น

  • Karawang

  • Cikarang

  • Marunda

  • Manado

  • และอีกหลายภูมิภาคนอกเกาะชวา

ด้วยการดำเนินโครงการในหลายพื้นที่ทั่วประเทศเช่นนี้ การประสานงานที่แม่นยำและการติดตามความคืบหน้าของโครงการอย่างต่อเนื่องจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

เราจำเป็นต้องบริหารจัดการข้อมูล การสื่อสาร และการดำเนินงานร่วมกับทีมงาน ผู้รับเหมา และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในหลายพื้นที่พร้อมกัน ดังนั้นการมีระบบที่ช่วยให้สามารถมองเห็นข้อมูลและสถานะของโครงการได้อย่างชัดเจนและเป็นปัจจุบันจึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของการดำเนินงาน

ด้วยเหตุนี้ Genesis Warehouse จึงให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยยกระดับการบริหารโครงการ เพื่อให้สามารถควบคุมคุณภาพงาน ติดตามกำหนดการ และประสานงานระหว่างทีมต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นทั่วทั้งองค์กร.

ความท้าทายก่อนนำ KANNA มาใช้

— ก่อนนำ KANNA มาใช้งาน คุณพบปัญหาอะไรบ้างในการบริหารโครงการ?

คุณวินดา:

ก่อนที่เราจะเริ่มใช้ KANNA การบริหารจัดการโครงการเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมาก เนื่องจากข้อมูลทั้งหมดกระจัดกระจายอยู่ในหลายช่องทาง ทั้งอีเมลและ WhatsApp

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้การติดตามการแก้ไขข้อมูล การอัปเดตเอกสาร และการตรวจสอบเวอร์ชันล่าสุดของข้อมูลเป็นเรื่องยาก

รายละเอียดสำคัญของโครงการมักถูกกลบหายไปในบทสนทนาที่ยาวเหยียด ส่งผลให้การค้นหาข้อมูลย้อนหลังใช้เวลามากกว่าที่ควร

นอกจากนี้ วิศวกรยังต้องถ่ายโอนรูปภาพจากโทรศัพท์มือถือไปยังคอมพิวเตอร์ก่อน จากนั้นจึงแนบส่งทางอีเมลอีกครั้ง

กระบวนการดังกล่าวไม่เพียงใช้เวลานาน แต่ยังสร้างภาระงานที่ไม่จำเป็นและลดประสิทธิภาพในการรายงานข้อมูลจากหน้างาน

ที่สำคัญที่สุดคือ เราไม่มีแพลตฟอร์มกลางสำหรับจัดเก็บและบริหารข้อมูลโครงการ

ส่งผลให้แต่ละทีมทำงานจากข้อมูลคนละชุด เกิดความสับสน ความคลาดเคลื่อนในการสื่อสาร และความล่าช้าในการประสานงานระหว่างทีมหน้างานและทีมสำนักงานอยู่บ่อยครั้ง

KANNA: ศูนย์กลางข้อมูลและผู้ประสานงานโครงการในแพลตฟอร์มเดียว

— อะไรคือเหตุผลที่ทำให้ตัดสินใจเลือกใช้ KANNA? มีฟังก์ชันหรือปัจจัยใดที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเป็นพิเศษ?

คุณวินดา:

KANNA โดดเด่นในเรื่อง ความสะดวกในการใช้งานและประสิทธิภาพในการทำงานจริง

วิศวกรและผู้ควบคุมงานสามารถส่งข้อมูลอัปเดตจากหน้างานได้โดยตรงผ่านโทรศัพท์มือถือของตนเอง และข้อมูลทั้งหมดจะถูกซิงโครไนซ์เข้าสู่ระบบคลาวด์ของ KANNA โดยอัตโนมัติ

ฟังก์ชันนี้ไม่เพียงช่วยลดปัญหาพื้นที่จัดเก็บข้อมูลในอุปกรณ์ แต่ยังช่วยให้ข้อมูลทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น

  • รายงานหน้างาน

  • รูปภาพ

  • เอกสารประกอบ

  • ประวัติการแก้ไขข้อมูล

ถูกจัดเก็บอย่างเป็นระบบและสามารถเข้าถึงได้จากศูนย์กลางเดียว

อีกหนึ่งฟังก์ชันสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจคือ ระบบสร้างรายงาน (Reporting Feature)

KANNA ช่วยให้ทีมงานสามารถสร้างรายงานในรูปแบบมาตรฐานได้ทันที ลดภาระงานในการรวบรวมข้อมูลและจัดทำรายงานด้วยตนเองเหมือนในอดีต

โดยรวมแล้ว KANNA มอบวิธีการทำงานที่เป็นหนึ่งเดียวและไร้รอยต่อ ช่วยให้ทีมงานสามารถบันทึก ติดตาม และบริหารจัดการข้อมูลจากหน้างานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ผลลัพธ์หลังการนำ KANNA มาใช้: Digital Transformation ในการบริหารโครงการก่อสร้าง

ฟีเจอร์ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์เจ้าของโครงการที่ต้องการความแม่นยำ ความรวดเร็ว และการทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์

— หลังจากนำ KANNA มาใช้แล้ว คุณเห็นการเปลี่ยนแปลงหรือผลลัพธ์อะไรบ้าง?

คุณวินดา:

หลังจากนำ KANNA มาใช้ เราพบการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนในหลายด้าน โดยเฉพาะเรื่องการจัดการข้อมูล การติดตามความคืบหน้าของโครงการ และการทำงานร่วมกันระหว่างทีมงาน

ข้อมูลทั้งหมดจากผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่ายถูกรวบรวมไว้ในระบบเดียว ทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลล่าสุดได้ตลอดเวลา ลดปัญหาความซ้ำซ้อนและความคลาดเคลื่อนของข้อมูล

นอกจากนี้ ทีมงานยังสามารถติดตามสถานะของโครงการได้แบบเรียลไทม์ ทำให้การตัดสินใจและการแก้ไขปัญหาหน้างานทำได้รวดเร็วขึ้น

KANNA จึงไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสำหรับจัดการข้อมูลเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยเชื่อมโยงทีมงาน ผู้รับเหมา และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมสนับสนุนการขับเคลื่อนองค์กรสู่ Digital Transformation อย่างแท้จริง.

คุณ Heru Sutantyo ผู้อำนวยการประจำประเทศอินโดนีเซียของ KANNA และคุณ Ivindra Pane รองประธานฝ่ายวิศวกรรมของ Genesis Warehouse

คุณ Ivindra:

หลังจากนำ KANNA มาใช้งาน Genesis Warehouse ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนในด้านการบริหารและติดตามโครงการ โดยผลลัพธ์สำคัญที่เกิดขึ้นมีดังนี้

  • การจัดการข้อมูลมีความเป็นระบบมากขึ้น
    บริษัทสามารถจัดระเบียบข้อมูลโครงการได้อย่างชัดเจนและเป็นมาตรฐาน ทำให้การบริหารงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

  • มีศูนย์กลางสำหรับรวบรวมและแลกเปลี่ยนข้อมูลโครงการ
    KANNA ช่วยรวมข้อมูลจากหลายทีมงาน ผู้รับเหมา และผู้เกี่ยวข้องไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ส่งผลให้การทำงานร่วมกันมีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถตรวจสอบที่มาของข้อมูลย้อนหลังได้อย่างชัดเจน

  • รองรับการจัดเก็บข้อมูลจำนวนมากสำหรับโครงการระยะยาว
    โครงการของเราบางโครงการใช้เวลาดำเนินงานนานถึง 18 เดือน KANNA มีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลเพียงพอสำหรับเก็บเอกสาร รูปภาพ และข้อมูลสำคัญทั้งหมดอย่างปลอดภัยตลอดอายุโครงการ

  • Gantt Chart กลายเป็นเครื่องมือหลักในการติดตามโครงการ
    ทีมงานสามารถใช้ฟังก์ชัน Gantt Chart เพื่อตรวจสอบกำหนดการและติดตามว่างานแต่ละส่วนดำเนินไปตามแผนที่วางไว้หรือไม่ ช่วยให้ควบคุมโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

โดยรวมแล้ว KANNA ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยสร้าง

  • ความชัดเจนในการดำเนินงาน (Clarity)

  • ความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้ (Accountability)

  • การมองเห็นสถานะโครงการแบบครบถ้วน (Project Visibility)

ทำให้ Genesis Warehouse สามารถควบคุมการดำเนินงานและผลลัพธ์ของโครงการก่อสร้างทั้งหมดได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

จากญี่ปุ่นสู่อินโดนีเซีย: KANNA กับบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อน Digital Transformation ของโครงการก่อสร้างยุคใหม่

— มีข้อความหรือคำแนะนำสำหรับบริษัทที่กำลังพิจารณาใช้ KANNA หรือไม่? ประโยชน์หลักที่ได้รับคืออะไร?

คุณ Ivindra:

เราขอแนะนำ KANNA อย่างยิ่งสำหรับเจ้าของโครงการที่ต้องบริหารโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ ซึ่งมีผู้รับเหมา ผู้ขาย และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจำนวนมาก

ฟังก์ชันต่าง ๆ ของ KANNA ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการติดตาม

  • ความคืบหน้าของโครงการ

  • ขั้นตอนการดำเนินงานในแต่ละเฟส

  • ตัวชี้วัดทางการเงิน

  • ประสิทธิภาพของโครงการ

ในรูปแบบที่เป็นระบบ มองเห็นได้ง่าย และอ้างอิงจากข้อมูลจริง

สำหรับองค์กรอย่าง Genesis Warehouse ซึ่งต้องดูแลผู้รับเหมาหลายรายพร้อมกัน และต้องติดตามความคืบหน้าของโครงการอย่างละเอียด KANNA ถือเป็นโซลูชันที่ตอบโจทย์อย่างมาก

ประสบการณ์ของ Genesis Warehouse แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า

แพลตฟอร์มบริหารโครงการบนคลาวด์ที่ออกแบบให้ใช้งานผ่านมือถือเป็นหลัก (Mobile-First Cloud-Based Project Management Platform)

สามารถช่วยยกระดับการสื่อสาร การจัดการข้อมูล และความถูกต้องของข้อมูลในโครงการก่อสร้างที่มีความซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หลังจากนำ KANNA มาใช้ บริษัทสามารถเปลี่ยนผ่านจากกระบวนการทำงานแบบแยกส่วนและดำเนินการด้วยมือ ไปสู่ระบบบริหารจัดการแบบบูรณาการที่สามารถ

  • รวมศูนย์ข้อมูลทั้งหมดไว้ในที่เดียว

  • แสดงความคืบหน้าของโครงการได้อย่างชัดเจน

  • สนับสนุนการตัดสินใจด้วยข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน

และเมื่อธุรกิจของ Genesis Warehouse ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง KANNA ก็ยังคงเป็นพันธมิตรสำคัญที่ช่วยรักษา

  • ความโปร่งใสในการดำเนินงาน

  • ประสิทธิภาพในการบริหารโครงการ

  • การทำงานร่วมกันระหว่างทุกฝ่าย

ตลอดทุกขั้นตอนของโครงการก่อสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน.

Article Published on:

Read more