ลดค่าไปรษณีย์และค่าแสตมป์จำนวนมาก ยกเลิกกระบวนการจัดส่งเอกสารแบบกระดาษ พร้อมเตรียมความพร้อมก่อนการบังคับใช้กฎระเบียบใหม่

ความสำเร็จการใช้งาน KANNA จากลูกค้า

Kumahira Co., Ltd.

ลดค่าไปรษณีย์และค่าแสตมป์จำนวนมาก ยกเลิกกระบวนการจัดส่งเอกสารแบบกระดาษ พร้อมเตรียมความพร้อมก่อนการบังคับใช้กฎระเบียบใหม่

Construction Industry

Electricity, Gas, Heat Supply, and Water Services

Wholesale and Retail Trade

Japan

Company Name

Kumahira Co., Ltd.

Number of Employees

764

Business Activities

ระบบรักษาความปลอดภัย (Security Systems) ระบบและอุปกรณ์สำหรับสถาบันการเงิน (Systems for Financial Institutions) การออกแบบและวางแผนพื้นที่ใช้งาน (Spatial Planning) ระบบและอุปกรณ์สำหรับการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม (Cultural Heritage Facility Systems) อุปกรณ์และระบบสำหรับโรงงานพลังงานนิวเคลียร์ (Nuclear Facility Equipment)

Services

KANNA Project

KANNA Report

Kumahira Co., Ltd. ก่อตั้งมากว่า 120 ปี และเป็นหนึ่งในผู้นำของตลาดโซลูชันด้านความปลอดภัยในประเทศญี่ปุ่น บริษัทมีบทบาทสำคัญในการสร้างความปลอดภัยและความอุ่นใจให้กับสังคม ผ่านผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลาย ตั้งแต่อุปกรณ์สำหรับสถาบันการเงิน ระบบรักษาความปลอดภัย ประตูและอุปกรณ์เฉพาะทาง ไปจนถึงสถานที่สำหรับการอนุรักษ์ทรัพย์สินทางวัฒนธรรม

ในการดำเนินงานร่วมกับบริษัทพันธมิตรที่รับผิดชอบงานก่อสร้างและบำรุงรักษา การแบ่งปันข้อมูลที่รวดเร็วและแม่นยำถือเป็นปัจจัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม การสื่อสารผ่านอีเมลเพียงอย่างเดียวมักก่อให้เกิดปัญหาความเข้าใจคลาดเคลื่อนหรือการตกหล่นของข้อมูล ขณะเดียวกัน เอกสารสำคัญ เช่น ใบแจ้งหนี้ ยังคงถูกจัดส่งทางไปรษณีย์ตามแนวปฏิบัติเดิม ส่งผลให้เกิดทั้งต้นทุนและความล่าช้าในการดำเนินงาน

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อ พระราชบัญญัติว่าด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้าง (Act on the Optimization of Transactions Involving Construction Work) มีกำหนดบังคับใช้ในเดือนมกราคม ปี 2026 การยกระดับการปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมาย (Compliance) และการเร่งกระบวนการจัดการเอกสารสำคัญจึงกลายเป็นภารกิจเร่งด่วนขององค์กร

ในการสัมภาษณ์ครั้งนี้ เราได้พูดคุยกับ คุณทาเคชิ เอโนะกิ (Takeshi Enoki), คุณทาคาฮิโระ โคคุโบะ (Takahiro Kokubo) และ คุณเรียวเซ ทาคาฮาชิ (Ryosei Takahashi) จากฝ่ายวิศวกรรม ซึ่งเป็นทีมงานหลักที่ผลักดันการนำ KANNA มาใช้งานและส่งเสริมการขยายการใช้งานภายในองค์กร

พวกเขาได้แบ่งปันถึงเหตุผลที่เลือก KANNA วิธีการนำไปใช้งานจริง ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นหลังการใช้งาน รวมถึงวิสัยทัศน์และความคาดหวังต่อการพัฒนาระบบงานในอนาคต.

Background And Effects of KANNA Implementation

Issue

  • ปัญหาก่อนการนำ KANNA มาใช้

    • เกิดความคลาดเคลื่อนในการสื่อสารผ่านอีเมล
      การสื่อสารและการยืนยันข้อมูลผ่านอีเมลมักนำไปสู่ความเข้าใจไม่ตรงกัน หรือมีข้อมูลสำคัญที่ตกหล่นระหว่างการดำเนินงาน

    • บริษัทพันธมิตรแต่ละแห่งใช้เครื่องมือสื่อสารแตกต่างกัน
      ทำให้การค้นหาข้อมูลย้อนหลังเป็นเรื่องยุ่งยากและใช้เวลานาน เนื่องจากข้อมูลกระจัดกระจายอยู่ในหลายช่องทาง

    • ข้อมูลถูกเก็บอยู่ในอุปกรณ์ส่วนบุคคล
      การสื่อสารและการจัดเก็บข้อมูลจำกัดอยู่ในอุปกรณ์ของผู้รับผิดชอบแต่ละคน ส่งผลให้งานพึ่งพาบุคคลใดบุคคลหนึ่งมากเกินไป และเกิดความเสี่ยงเมื่อมีการเปลี่ยนผู้รับผิดชอบ

    • การจัดส่งเอกสารทางไปรษณีย์ทำให้เสียทั้งเวลาและต้นทุน
      เอกสารสำคัญยังคงต้องส่งทางไปรษณีย์ ส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการดำเนินงาน รวมถึงมีค่าใช้จ่ายด้านค่าส่งเอกสารและค่าอากรแสตมป์ (Revenue Stamp) อย่างต่อเนื่อง


Key Factors For Implementation

  • เหตุผลที่เลือก KANNA

    • สามารถปรับแต่งการใช้งานได้สูง และเชื่อมต่อกับระบบภายในของบริษัทได้
      KANNA มีความยืดหยุ่นในการตั้งค่าและสามารถเชื่อมโยงกับระบบงานเดิมขององค์กรได้ ทำให้รองรับกระบวนการทำงานเฉพาะของบริษัทได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    • มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด รองรับข้อกำหนดด้านความปลอดภัยระดับสูง
      เช่น การจำกัดการเข้าถึงตาม IP Address (IP Address Restriction) และฟังก์ชันด้านความปลอดภัยอื่น ๆ ที่ตอบโจทย์องค์กรที่มีข้อกำหนดด้านการรักษาข้อมูลอย่างเข้มงวด

    • KANNA Reports ช่วยให้กระบวนการจัดทำ ส่ง และรับเอกสารเป็นดิจิทัลได้ทั้งหมด
      ลดการใช้เอกสารกระดาษและเปลี่ยนกระบวนการทำงานให้เป็นระบบดิจิทัลแบบครบวงจร ตั้งแต่การจัดทำแบบฟอร์ม การส่งเอกสาร ไปจนถึงการรับเอกสารกลับ

    • อินเทอร์เฟซใช้งานง่าย เข้าใจได้ทันที ไม่ซับซ้อน
      ออกแบบมาให้ผู้ใช้งานทุกระดับสามารถเรียนรู้และใช้งานได้อย่างรวดเร็ว ลดความสับสนและอุปสรรคในการนำระบบไปใช้งานจริงภายในองค์กร

Effects and Improvements

  • ผลลัพธ์หลังการนำ KANNA มาใช้

    • เอกสารและข้อมูลที่แชร์สามารถกระจายถึงผู้เกี่ยวข้องทุกคนได้ทันที
      ทำให้ข้อมูลไม่ผูกติดอยู่กับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาพนักงานเฉพาะราย และช่วยให้การส่งต่องานเป็นไปอย่างราบรื่น

    • ฟังก์ชันแสดงสถานะการอ่านข้อความ (Read Receipt) ในแชตช่วยลดการโทรติดตามยืนยันข้อมูล
      ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบได้ว่าข้อความหรือข้อมูลถูกเปิดอ่านแล้วหรือไม่ จึงลดความจำเป็นในการโทรศัพท์ติดตามหรือสอบถามซ้ำ

    • แชร์ไฟล์ขนาดใหญ่ได้อย่างง่ายดาย
      ไม่จำเป็นต้องใช้บริการจัดเก็บไฟล์ภายนอก (External Storage Services) หรือส่งลิงก์ผ่านหลายช่องทาง ช่วยให้การแลกเปลี่ยนข้อมูลสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น

    • การเปลี่ยนแบบฟอร์มเอกสารมาเป็น KANNA Reports ช่วยให้กระบวนการเป็นดิจิทัลเต็มรูปแบบ
      ลดเวลาในการจัดการเอกสาร ลดความล่าช้าจากการส่งทางไปรษณีย์ และช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านค่าส่งเอกสารและค่าอากรแสตมป์ได้อย่างมีนัยสำคัญ

ผู้ให้สัมภาษณ์

Kumahira Co., Ltd. Ken Enoki — Deputy General Manager, Technical Department, Technical Division Takahiro Kokubo — Section Manager, Saitama Office, Technical Department, Kanto Branch Ryohei Takahashi — Chief, Management Section, Technical Department, Technical Division

ความท้าทายด้านการแบ่งปันข้อมูลและการจัดส่งเอกสารแบบดั้งเดิมของบริษัทผู้นำด้านความปลอดภัย

— ก่อนอื่น อยากให้ช่วยเล่าถึงธุรกิจของบริษัทให้ฟังหน่อยครับ

คุณเอโนะกิ:
บริษัทของเราดำเนินธุรกิจด้านผลิตภัณฑ์และบริการที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยอย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็น

  • ระบบรักษาความปลอดภัย (Security Systems)

  • ตู้นิรภัยและอุปกรณ์จัดเก็บรักษาทรัพย์สิน (Safes and Preservation Equipment)

  • งานวางแผนและออกแบบ

  • อุปกรณ์สำหรับการอนุรักษ์ทรัพย์สินทางวัฒนธรรม

  • ประตูและอุปกรณ์เฉพาะทาง (Specialized Doors)

นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทในปี ค.ศ. 1898 เราได้สั่งสมประสบการณ์และความเชี่ยวชาญมากว่า 120 ปี จนปัจจุบันครองส่วนแบ่งตลาดระดับแนวหน้าในธุรกิจโซลูชันด้านความปลอดภัยของประเทศญี่ปุ่น

ด้วยความสามารถทางเทคนิคที่ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องตลอดประวัติศาสตร์อันยาวนานของบริษัท ประกอบกับความมุ่งมั่นและความรับผิดชอบในการปกป้องทรัพย์สินของลูกค้า เราได้เป็นผู้นำในการพัฒนา ตู้นิรภัยที่ผลิตภายในประเทศญี่ปุ่น มาโดยตลอด

ปัจจุบัน เราได้ก้าวสู่การเป็น บริษัทด้านความปลอดภัยแบบครบวงจร (Total Security Company) ที่นำเสนอโซลูชันหลากหลายรูปแบบ เช่น

  • ระบบควบคุมการเข้าออก (Access Control Systems)

  • ประตูรักษาความปลอดภัย (Security Gates)

  • โซลูชันด้านความปลอดภัยสำหรับองค์กรและสถานที่สำคัญ

เพื่อช่วยสร้าง ความปลอดภัยและความอุ่นใจ ให้กับลูกค้าและสังคมโดยรวมอย่างต่อเนื่อง.

เราดำเนินงานร่วมกับ บริษัทในเครือ Kumahira Manufacturing อย่างใกล้ชิด เพื่อให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การวิจัยและพัฒนา การผลิต การติดตั้ง การบำรุงรักษา ไปจนถึงการสนับสนุนหลังการขาย

นอกจากนี้ เรายังมีสาขาและสำนักงานกระจายอยู่ทั่วประเทศญี่ปุ่น ทำให้สามารถให้บริการและดูแลลูกค้าได้อย่างใกล้ชิดในแต่ละพื้นที่ พร้อมตอบสนองความต้องการเฉพาะของลูกค้าได้อย่างละเอียดและรวดเร็ว

ในบรรดาหน่วยงานต่าง ๆ ของบริษัท ฝ่ายเทคนิค (Technical Department) ซึ่งรับผิดชอบงานติดตั้ง บำรุงรักษา และซ่อมแซมระบบและอุปกรณ์ของบริษัท คือทีมงานที่เป็นผู้ผลักดันการนำ KANNA มาใช้งานภายในองค์กร

ขอบเขตงานของฝ่ายเทคนิคครอบคลุมผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่หลากหลาย ตั้งแต่

  • ระบบรักษาความปลอดภัยดิจิทัลขั้นสูง (Advanced Digital Security Systems)

  • ระบบควบคุมการเข้าออกและการรักษาความปลอดภัย

  • ตู้นิรภัย (Safes)

  • อุปกรณ์จัดเก็บและอนุรักษ์ทรัพย์สิน (Preservation Equipment)

  • ประตูและอุปกรณ์เฉพาะทางเพื่อการป้องกันและรักษาความปลอดภัย (Specialized Protective Doors)

ด้วยลักษณะงานที่ต้องประสานงานกับหลายฝ่าย ทั้งภายในองค์กรและบริษัทพันธมิตร การจัดการข้อมูลและการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของการดำเนินงาน และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ทีมงานเริ่มมองหาเครื่องมืออย่าง KANNA เพื่อเข้ามาช่วยยกระดับกระบวนการทำงาน.

— ในด้านการประสานงานกับทีมงานภาคสนาม ก่อนหน้านี้คุณเผชิญกับความท้าทายอะไรบ้าง?

คุณโคคุโบะ:
ความท้าทายสำคัญที่เราเผชิญคือการประสานงานกับบริษัทพันธมิตรที่รับผิดชอบงานภาคสนาม เช่น งานติดตั้ง การบำรุงรักษา และการซ่อมแซม

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ แบบก่อสร้างและแบบติดตั้ง (Project Drawings) ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการดำเนินงานหน้างาน โดยแบบเหล่านี้มักมีการปรับปรุงทุกครั้งที่มีการประชุมหารือกับลูกค้า

ทุกครั้งที่มีการแก้ไข เราจำเป็นต้องส่งแบบฉบับล่าสุดให้กับบริษัทพันธมิตร แต่ก่อนนำ KANNA มาใช้ วิธีการหลักของเราคือการส่งผ่านอีเมล

ปัญหาคือ เมื่อส่งอีเมลไปแล้ว หากไม่ได้รับการตอบกลับ เราไม่สามารถมั่นใจได้ว่าผู้รับได้เปิดอ่านและรับทราบข้อมูลแล้วจริงหรือไม่

นอกจากนี้ อีเมลยังมีโอกาสถูกกลบด้วยข้อความอื่น ๆ ในกล่องจดหมาย ทำให้ผู้รับมองข้ามข้อมูลสำคัญ หรือในบางกรณีอาจถูกลบโดยไม่ตั้งใจ

เมื่อมีการแก้ไขแบบบ่อยครั้ง ปัญหายิ่งทวีความซับซ้อนขึ้น บางครั้งแม้แต่พนักงานภายในของเราเองก็เข้าใจว่าตนได้ส่งแบบฉบับล่าสุดไปแล้ว แต่ในความเป็นจริงกลับยังไม่ได้ส่ง ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงในการใช้งานข้อมูลที่ไม่เป็นปัจจุบัน

อีกประเด็นหนึ่งคือ เราขอให้บริษัทพันธมิตรส่ง ภาพถ่ายจากหน้างาน กลับมา เพื่อใช้ตรวจสอบคุณภาพงานติดตั้ง แต่ช่องทางการส่งข้อมูลกลับไม่มีมาตรฐานเดียวกัน

บางบริษัทส่งภาพผ่านอีเมล ขณะที่บางบริษัทส่งผ่านข้อความหรือแอปพลิเคชันแชต ทำให้ข้อมูลกระจัดกระจายอยู่หลายช่องทาง

ความไม่สอดคล้องของวิธีการสื่อสารนี้สร้างภาระในการค้นหาข้อมูลย้อนหลัง เพราะเราต้องสลับไปมาระหว่างประวัติอีเมลและประวัติข้อความอยู่ตลอดเวลา แม้จะเป็นความสูญเสียเวลาเพียงเล็กน้อยในแต่ละครั้ง แต่เมื่อสะสมเข้าด้วยกันก็ส่งผลกระทบต่อระยะเวลาการดำเนินงานโดยรวม (Lead Time) อย่างมีนัยสำคัญ.

คุณเอโนะกิ:

อีกหนึ่งปัญหาที่เราเผชิญคือ การแบ่งปันข้อมูลที่พึ่งพาบุคคลมากเกินไป

เมื่อการสื่อสารดำเนินผ่านอีเมลหรือข้อความแชต ข้อมูลทั้งหมดจะถูกเก็บอยู่ในบัญชีอีเมลหรือสมาร์ตโฟนของผู้รับผิดชอบแต่ละคน ทำให้ข้อมูลไม่สามารถถูกแชร์และเข้าถึงได้ในระดับทั้งแผนก

ผลที่ตามมาคือ เมื่อผู้รับผิดชอบไม่อยู่ ไม่ว่าจะเป็นการลาพักร้อน การออกไปปฏิบัติงานภายนอก หรือเหตุผลอื่น ๆ การตอบสนองต่อคำถามหรือการดำเนินการต่าง ๆ ก็ทำได้ยาก และไม่สามารถตอบสนองได้อย่างทันท่วงที

นอกจากนี้ ความรวดเร็วในการดำเนินงานไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะกับการประสานงานภายในเท่านั้น แต่ยังรวมถึง การชำระเงินให้กับบริษัทพันธมิตร อีกด้วย

เนื่องจาก กฎหมายว่าด้วยการรับช่วงงาน (Subcontract Act) ของญี่ปุ่นจะได้รับการปรับปรุงและเปลี่ยนเป็น “กฎหมายว่าด้วยการทำธุรกรรมที่เป็นธรรมและเหมาะสม (Proper Transactions Act)” ในเดือนมกราคม ปี 2026 ข้อกำหนดด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย (Compliance) จึงมีความเข้มงวดมากขึ้น

การรับประกันว่าการชำระเงินให้คู่ค้าจะดำเนินการได้อย่างตรงเวลาและไม่มีความล่าช้า ถือเป็นส่วนหนึ่งของความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรเรา

อย่างไรก็ตาม ก่อนนำ KANNA มาใช้ เราแลกเปลี่ยนเอกสารสำคัญต่าง ๆ เช่น

  • ใบแจ้งหนี้ (Invoices)

  • ใบเสร็จรับเงิน (Receipts)

  • เอกสารทางธุรกิจอื่น ๆ

ผ่านทางไปรษณีย์แบบดั้งเดิม

กระบวนการที่ยังคงใช้เอกสารกระดาษนี้ทำให้ต้องใช้เวลาหลายวันกว่าเอกสารจะถูกส่งถึงผู้รับ และมีความเสี่ยงที่จะส่งผลให้การดำเนินการชำระเงินล่าช้า

ด้วยเหตุนี้ การเพิ่มความรวดเร็วให้กับกระบวนการจัดการเอกสาร จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้เราตัดสินใจนำ KANNA เข้ามาใช้ในองค์กร

เพราะเราเชื่อว่าการเปลี่ยนจากกระบวนการแบบกระดาษไปสู่ระบบดิจิทัล ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมสร้างการปฏิบัติตามกฎหมาย ลดความเสี่ยง และสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าทางธุรกิจได้อีกด้วย.

“เครื่องมือที่ทำให้เรามั่นใจว่าในที่สุดก็จะเลิกพึ่งพาไปรษณีย์ได้”

— เหตุผลที่เลือก KANNA

คุณเอโนะกิ:
หากอธิบายอย่างง่าย งานของเราคือ การบริหารจัดการงานก่อสร้าง (Construction Management)

ระหว่างที่เรากำลังมองหาเครื่องมือด้าน Digital Transformation (DX) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในส่วนนี้ เราก็ได้รู้จักกับ KANNA

เราได้เปรียบเทียบ KANNA กับบริการอื่น ๆ ที่มีลักษณะใกล้เคียงกันหลายราย แต่สิ่งที่ทำให้ KANNA โดดเด่นเป็นพิเศษคือ ความสามารถในการปรับแต่ง (Customization) ที่สูงมาก

เราสามารถแก้ไขชื่อรายการและสถานะต่าง ๆ ในกระบวนการทำงานได้อย่างอิสระผ่านระบบ No-Code โดยไม่ต้องเขียนโปรแกรม ทำให้มั่นใจได้ว่าสามารถนำไปใช้งานให้สอดคล้องกับระบบงานหลักของบริษัทได้อย่างยืดหยุ่น

อีกปัจจัยสำคัญคือเรื่อง ความปลอดภัยของข้อมูล (Security)

ธุรกิจของเราคือการปกป้องทรัพย์สิน ความปลอดภัย และความอุ่นใจของลูกค้า ดังนั้นการรั่วไหลของข้อมูลจึงเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้โดยเด็ดขาด

ด้วยเหตุนี้ เมื่อพิจารณานำระบบภายนอกเข้ามาใช้งาน เราจึงกำหนดเกณฑ์ด้านความปลอดภัยที่เข้มงวดมาก

KANNA สามารถตอบโจทย์ข้อกำหนดทั้งหมดของเราได้ รวมถึงฟังก์ชัน การจำกัดการเข้าถึงตาม IP Address (IP Restriction) ซึ่งเป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญขององค์กร

ในด้านฟังก์ชันการใช้งาน KANNA ก็ครอบคลุมทุกสิ่งที่เราต้องการ

ไม่ว่าจะเป็น

  • แบบก่อสร้างและแบบติดตั้ง

  • รูปภาพจากหน้างาน

  • เอกสารต่าง ๆ

  • การสื่อสารผ่านระบบแชต

ทั้งหมดสามารถรวมศูนย์และจัดการภายใต้แต่ละโครงการได้

เมื่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายสามารถเข้าถึงข้อมูลชุดเดียวกันได้ เราจึงเชื่อว่าสิ่งนี้จะช่วยแก้ปัญหาข้อมูลที่เคยกระจายอยู่กับบุคคลแต่ละคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สิ่งที่ดึงดูดใจเราเป็นพิเศษคือฟังก์ชัน KANNA Reports

ฟังก์ชันนี้ช่วยให้เอกสารและแบบฟอร์มที่จำเป็นทั้งหมดสามารถเปลี่ยนเป็นดิจิทัลได้อย่างสมบูรณ์ และสามารถดำเนินการทั้งการส่งและการรับเอกสารภายใน KANNA ได้โดยตรง

นั่นทำให้เรารู้สึกว่า

“ในที่สุดเราก็จะสามารถหลุดพ้นจากการพึ่งพาเอกสารที่ส่งทางไปรษณีย์แบบเดิมได้เสียที”

ในช่วงการประเมิน เราเปรียบเทียบ KANNA กับบริการอื่น ๆ โดยพิจารณาจากหลายด้าน ทั้งความสามารถในการปรับแต่งและมาตรฐานด้านความปลอดภัย

แต่ปัจจัยสุดท้ายที่ทำให้เราตัดสินใจเลือก KANNA คือ

“ใช้งานง่ายอย่างเป็นธรรมชาติ”

หากพนักงานของเราและบริษัทพันธมิตรไม่สามารถใช้งานได้จริง การนำระบบมาใช้ก็ไม่มีความหมาย

เครื่องมือที่มีขั้นตอนซับซ้อนเกินไปมักไม่สามารถฝังรากในองค์กรได้

แต่เมื่อได้ทดลองใช้ KANNA เรารู้สึกทันทีว่า

“ระบบนี้ใช้งานได้จริงแน่นอน”

และนั่นคือเหตุผลสุดท้ายที่ผลักดันให้เราตัดสินใจนำ KANNA มาใช้

เปลี่ยนเอกสารกระดาษเป็นดิจิทัล ลดค่าไปรษณีย์และค่าอากรแสตมป์

— หลังจากนำ KANNA มาใช้แล้ว มีผลลัพธ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง?

คุณโคคุโบะ:
ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ

การลดปัญหาประเภท “ส่งแล้วหรือยัง”, “บอกแล้วหรือยัง”, “ได้รับข้อมูลหรือยัง” จนแทบหมดไป

สิ่งนี้เกิดขึ้นได้จากการที่ KANNA ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการแบ่งปันข้อมูล

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง KANNA เชื่อมโยงระหว่าง ระบบแชตและโฟลเดอร์เอกสาร

เมื่อเราโพสต์ไฟล์ลงในแชต ไฟล์นั้นจะถูกบันทึกลงในโฟลเดอร์ที่กำหนดโดยอัตโนมัติ

จากมุมมองของผู้ดูแลระบบ นั่นหมายความว่า

  • การส่งข้อมูล

  • การจัดเก็บข้อมูล

สามารถทำเสร็จได้ในขั้นตอนเดียว

ซึ่งมีประสิทธิภาพอย่างมาก

สำหรับบริษัทพันธมิตรเอง ก็ได้รับประโยชน์เช่นกัน เพราะสามารถรับข้อมูลได้อย่างทันท่วงที และเข้าถึงเอกสารที่จำเป็นได้ทุกที่ทุกเวลา

ทำให้การประสานงานระหว่างสำนักงานใหญ่ ทีมงานภาคสนาม และบริษัทคู่ค้าเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากกว่าที่เคย.

ด้วยฟังก์ชัน แสดงสถานะการอ่านข้อความ (Read Receipt) ในระบบแชต เราไม่ต้องกังวลอีกต่อไปว่าผู้รับได้ตรวจสอบเอกสารหรือข้อมูลที่ส่งไปแล้วหรือยัง ส่งผลให้ทั้งจำนวนสายโทรศัพท์ที่เราต้องโทรออก และสายที่ได้รับจากคู่ค้า ลดลงอย่างมาก

ในอดีต เรามักต้องโทรศัพท์เพื่อติดตามว่าอีกฝ่ายได้ตรวจสอบเอกสารแล้วหรือไม่ หรือในทางกลับกัน บริษัทพันธมิตรก็มักโทรเข้ามาเพื่อสอบถามและยืนยันวิธีการดำเนินงานหน้างาน

ปัจจุบัน การสื่อสารเหล่านี้สามารถดำเนินการผ่านแชตของ KANNA ได้ทั้งหมด

นอกจากนี้ เนื่องจากสามารถแนบรูปภาพในแชตได้โดยตรง เราจึงเข้าใจสภาพหน้างานได้ชัดเจนกว่าการอธิบายด้วยคำพูดทางโทรศัพท์เพียงอย่างเดียว ทำให้สามารถให้คำแนะนำหรือคำสั่งงานได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

แม้ว่าการโทรศัพท์จะยังไม่หายไปทั้งหมด แต่รูปแบบการทำงานเปลี่ยนไปอย่างมาก

ปัจจุบัน เราสามารถเปิด KANNA บนคอมพิวเตอร์ และพูดคุยทางโทรศัพท์ไปพร้อมกับดูรูปภาพที่ถูกโพสต์ในแชตได้ทันที

ก่อนหน้านี้ หากมีคนพูดว่า

“ผมส่งรูปให้ทางข้อความแล้วนะครับ”

การเปิดดูรูปภาพระหว่างคุยโทรศัพท์จำเป็นต้องใช้หูฟัง หรือสลับไปใช้โหมดลำโพง ซึ่งเป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทุกวันทำงาน

ตอนนี้ความยุ่งยากเหล่านั้นหายไปทั้งหมด

ยิ่งไปกว่านั้น การที่รูปภาพทั้งหมดถูกจัดเก็บไว้เป็นประวัติภายในระบบ ยังถือเป็นข้อได้เปรียบสำคัญในการตรวจสอบย้อนหลังอีกด้วย

อีกหนึ่งด้านที่เห็นผลชัดเจนคือ การส่งไฟล์ขนาดใหญ่

โปรแกรมอัปเดตเฟิร์มแวร์สำหรับระบบรักษาความปลอดภัยของเรามีขนาดไฟล์ค่อนข้างใหญ่ ในอดีตเราจึงต้องพึ่งพาบริการจัดเก็บไฟล์ภายนอก (External Storage Services) ในการส่งต่อข้อมูล

แต่ปัจจุบัน เพียงแค่อัปโหลดไฟล์ขึ้น KANNA ก็เพียงพอแล้ว

เราไม่ต้อง

  • ตั้งรหัสผ่านให้ไฟล์

  • เขียนอีเมลประกอบ

  • คอยพิจารณาว่าใครบ้างที่ต้องได้รับไฟล์นั้น

ทุกอย่างกลายเป็นเรื่องง่ายและสะดวกอย่างมาก

คุณทาคาฮาชิ:

ผลกระทบจาก KANNA ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องการแบ่งปันข้อมูลเท่านั้น

ในความเป็นจริง ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับ กระบวนการจัดการเอกสารทางธุรกิจ ถือว่าเปลี่ยนแปลงการทำงานของเราอย่างสิ้นเชิง

เราได้เปลี่ยนเอกสารทั้งหมดที่จำเป็นตั้งแต่เริ่มต้นโครงการจนถึงขั้นตอนการชำระเงินให้เป็นดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็น

  • ใบเสนอราคา (Quotation)

  • ใบสั่งซื้อ (Purchase Order)

  • ใบยืนยันการสั่งซื้อ (Order Confirmation)

  • ใบแจ้งหนี้ (Invoice)

  • ใบเสร็จรับเงิน (Receipt)

รวมถึงเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ เรายังปรับปรุงกระบวนการทำงานทั้งหมดให้สอดคล้องกับ KANNA อีกด้วย

ตัวอย่างเช่น เมื่อเริ่มต้นโครงการ

  1. เราจะโพสต์รายละเอียดการว่าจ้างงานให้บริษัทพันธมิตรผ่านแชตของโครงการใน KANNA

  2. บริษัทพันธมิตรจะจัดทำใบเสนอราคาผ่าน KANNA Reports

  3. พนักงานของเราตรวจสอบใบเสนอราคา

  4. ใช้ฟังก์ชัน Approval Flow เพื่อแจ้งผลว่า

    • “อนุมัติ (Approved)” หรือ

    • “ส่งกลับเพื่อแก้ไข (Returned)”

  5. เมื่อได้รับการอนุมัติแล้ว เราจะออกใบสั่งซื้อตามรายละเอียดในใบเสนอราคา

  6. บริษัทพันธมิตรจะส่งใบยืนยันการรับคำสั่งซื้อกลับมา

  7. พร้อมกันนั้น บริษัทพันธมิตรจะบันทึก

    • วันที่เริ่มโครงการ

    • มูลค่างานหรือยอดสั่งซื้อ

ผ่านฟังก์ชันรายงานของ KANNA

กระบวนการทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายในแพลตฟอร์มเดียว ทำให้การติดตามสถานะ การอนุมัติเอกสาร และการประสานงานกับคู่ค้าเป็นไปอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ตลอดเวลา.

คุณเอโนะกิ:

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือ เวลาที่ใช้ในการจัดการเอกสารลดลงอย่างมาก

ในอดีต เมื่อเรายังใช้การส่งเอกสารทางไปรษณีย์ หากพบข้อผิดพลาดในเอกสารแม้เพียงเล็กน้อย เราจำเป็นต้องจัดทำเอกสารใหม่และส่งทางไปรษณีย์อีกครั้ง จากนั้นก็ต้องรอจนกว่าเอกสารฉบับแก้ไขจะเดินทางถึงปลายทาง

กระบวนการดังกล่าวสร้างความล่าช้าและเป็นภาระอย่างมาก (หัวเราะ)

ยิ่งไปกว่านั้น เอกสารทุกฉบับที่ส่งทางไปรษณีย์ยังมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็น

  • ค่าจัดส่งทางไปรษณีย์

  • ค่าอากรแสตมป์สำหรับเอกสารบางประเภท เช่น ใบยืนยันการสั่งซื้อและใบเสร็จรับเงิน

เมื่อเราเปลี่ยนเอกสารทั้งหมดให้เป็นดิจิทัลผ่าน KANNA ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ก็ถูกกำจัดออกไปโดยสิ้นเชิง

เราไม่ต้องเสียค่าไปรษณีย์อีกต่อไป และไม่ต้องเสียค่าอากรแสตมป์สำหรับเอกสารที่ดำเนินการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์

ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ได้เป็นเพียงการลดต้นทุนของบริษัทเท่านั้น แต่ยังช่วยลดภาระให้กับบริษัทพันธมิตรของเราด้วย

ทั้งสองฝ่ายได้รับประโยชน์ร่วมกันจาก

  • กระบวนการทำงานที่รวดเร็วขึ้น

  • การลดงานเอกสารที่ซ้ำซ้อน

  • การลดต้นทุนในการดำเนินงาน

  • ความสามารถในการติดตามและตรวจสอบเอกสารได้ทันที

จึงกล่าวได้ว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ยังช่วยสร้างระบบการทำงานที่มีความคล่องตัว โปร่งใส และยั่งยืนมากขึ้นสำหรับทั้งองค์กรและเครือข่ายคู่ค้าของเราอีกด้วย.

สร้างคู่มือการใช้งานเพื่อให้การนำระบบมาใช้เป็นไปอย่างราบรื่นและมั่นคง

— หลังจากเห็นผลลัพธ์จากการนำ KANNA มาใช้แล้ว บริษัทมีวิธีการอย่างไรในการผลักดันให้เกิดการใช้งานจริงทั่วทั้งองค์กร?

คุณเอโนะกิ:

เพื่อค้นหาแนวทางการใช้งาน KANNA ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับองค์กรของเรา เราเลือกที่จะ ไม่เปิดใช้งานพร้อมกันทั่วประเทศในทุกสาขา

แต่เริ่มต้นจากการทดลองใช้งานในวงจำกัดก่อน โดยเลือกเพียง สำนักงานใหญ่ (ฝ่ายขาย) และ สาขาคันโต เป็นพื้นที่นำร่อง

แม้ว่า KANNA จะเป็นระบบที่ใช้งานง่ายอยู่แล้ว แต่เราต้องการให้ทั้งพนักงานและบริษัทพันธมิตรที่อาจไม่คุ้นเคยกับเครื่องมือดิจิทัลสามารถใช้งานได้อย่างมั่นใจและต่อเนื่อง

ดังนั้น ก่อนที่จะขยายการใช้งานไปทั่วประเทศ เราจึงเก็บรวบรวมความคิดเห็นเกี่ยวกับ

  • ความสะดวกในการใช้งานจริง

  • ปัญหาที่พบระหว่างการใช้งาน

  • รูปแบบการดำเนินงานที่เหมาะสม

เพื่อออกแบบระบบการทำงานที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพโดยไม่สร้างภาระเพิ่มเติมให้กับผู้ใช้งาน

ประมาณ 3 เดือนหลังจากเริ่มโครงการนำร่อง เราจึงเริ่มขยายการใช้งานไปยังสาขาอื่น ๆ ทั่วประเทศ

ในช่วงเวลานั้น เราได้จัดทำ คู่มือการใช้งาน 2 ฉบับ

  • คู่มือสำหรับพนักงานภายใน

  • คู่มือสำหรับบริษัทพันธมิตร

โดยแต่ละฉบับมีความยาวประมาณ 100 หน้า

นอกจากนี้ เรายังเพิ่มลิงก์ของคู่มือเหล่านี้ไว้ในฟังก์ชันแจ้งเตือนของ KANNA เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเปิดดูและค้นหาวิธีการใช้งานได้ทันทีเมื่อเกิดข้อสงสัย

ผู้ที่รับผิดชอบจัดทำคู่มือเหล่านี้ก็คือคุณทาคาฮาชิที่นั่งอยู่ตรงนี้

ตอนนี้เขาแทบจะกลายเป็น ผู้เชี่ยวชาญด้าน KANNA ไปแล้วครับ (หัวเราะ)

คุณทาคาฮาชิ:

KANNA มีการเปิดตัวฟังก์ชันใหม่ ๆ อยู่เสมอ

พูดตามตรง บางครั้งแม้แต่ผมเองก็ยังตามไม่ทันเหมือนกันครับ (หัวเราะ)

แต่ทุกครั้งที่มีฟังก์ชันใหม่เปิดตัว ผมจะรีบทดลองใช้งานทันที เพื่อดูว่าสามารถนำมาปรับใช้กับงานของเราได้อย่างไร และจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้มากน้อยแค่ไหน

อย่างไรก็ตาม เราก็พบว่าคู่มือที่ประกอบด้วยเพียงข้อความและผังงาน (Flowchart) อาจยังเข้าถึงได้ยากสำหรับผู้ใช้งานบางกลุ่ม

ด้วยเหตุนี้ ปัจจุบันเราจึงกำลังพัฒนาคู่มือรูปแบบใหม่ โดยรวบรวมขั้นตอนการใช้งานทั้งหมดให้อยู่ในรูปแบบ วิดีโอสอนการใช้งาน (Video Manual) ที่เข้าใจง่าย

เราคาดหวังว่าวิดีโอเหล่านี้จะช่วยให้ทั้งพนักงานและบริษัทพันธมิตรสามารถเรียนรู้และใช้งาน KANNA ได้สะดวกยิ่งขึ้น และช่วยผลักดันให้การใช้งานแพลตฟอร์มแพร่หลายทั่วทั้งองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในอนาคต.

สร้างคู่มือวิดีโอและต่อยอดการใช้งาน KANNA เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทั้งองค์กร

คุณเอโนะกิ:

สำหรับการจัดทำคู่มือวิดีโอ เราได้นำบริการออนไลน์ภายนอกที่เคยติดตั้งไว้เมื่อหลายปีก่อนกลับมาใช้งาน

แม้ว่าระบบดังกล่าวจะอยู่กับองค์กรมาประมาณ 5 ปีแล้ว แต่ในความเป็นจริงกลับไม่ได้ถูกใช้งานอย่างแพร่หลาย และค่อย ๆ กลายเป็นเพียงเครื่องมือที่มีไว้ตามรูปแบบเท่านั้น

ในช่วงเวลาเดียวกับที่เรากำลังผลักดันการใช้งาน KANNA บริษัทก็กำลังดำเนินโครงการปรับปรุงระบบหลัก (Core Systems) ด้วยเช่นกัน

เรามองว่าช่วงเวลานี้เป็น จุดเปลี่ยนสำคัญขององค์กร

เป้าหมายของเราไม่ได้มีเพียงการใช้ KANNA ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเท่านั้น แต่ยังต้องการนำบริการและเครื่องมืออื่น ๆ ที่บริษัทมีอยู่แล้วกลับมาใช้ให้คุ้มค่ามากที่สุด และเชื่อมโยงทุกระบบเข้าด้วยกันเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานของทั้งองค์กร

คุณโคคุโบะ:

แน่นอนว่าการสนับสนุนผ่านคู่มือเป็นสิ่งสำคัญ

แต่หากต้องการให้เครื่องมือหรือบริการใดหยั่งรากและถูกใช้งานอย่างแท้จริงในองค์กร สิ่งสำคัญที่สุดคือ

ผู้ใช้งานต้องได้สัมผัสประโยชน์ของมันด้วยตนเอง

ในฐานะผู้ผลักดันการนำ KANNA มาใช้ ผมพยายามสื่อสารกับทั้งพนักงานภาคสนามและบริษัทพันธมิตรอยู่เสมอว่า

“ถ้าใช้ KANNA งานของคุณจะง่ายขึ้น”

นอกจากนี้ KANNA ยังเพิ่งเปิดตัวฟังก์ชันใหม่อย่าง Task Management

ผมเชื่อว่าหน้าที่ของผมคือการเป็นคนแรกที่ทดลองใช้ แสดงให้เห็นถึงความสะดวกและประโยชน์ที่ได้รับ เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวอย่างให้กับผู้ใช้งานคนอื่น ๆ

มุ่งสู่การกำหนดมาตรฐานการใช้งาน KANNA เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทั่วทั้งองค์กร

— ในอนาคต คุณมองภาพการทำงานและรูปแบบการดำเนินงานร่วมกับ KANNA อย่างไร?

คุณเอโนะกิ:

อย่างที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ ประโยชน์จากการนำ KANNA มาใช้งานนั้นเห็นได้อย่างชัดเจน

ในปัจจุบัน ระดับการใช้งาน KANNA ของแต่ละสาขายังแตกต่างกันอยู่บ้าง

แต่เราพบว่าบรรดาสาขาที่ใช้งาน KANNA อย่างจริงจัง มักได้รับผลลัพธ์ด้านประสิทธิภาพอย่างชัดเจน และเมื่อเห็นผลลัพธ์ พวกเขาก็ยิ่งมีแรงจูงใจที่จะใช้งาน KANNA มากขึ้น

จึงเกิดเป็นวงจรเชิงบวก (Positive Feedback Loop) ภายในองค์กร

ผลลัพธ์เหล่านี้ได้รับการยอมรับในวงกว้าง จนกระทั่งหน่วยงานที่รับผิดชอบงานซ่อมบำรุงโดยเฉพาะก็เริ่มแสดงความสนใจที่จะนำ KANNA ไปใช้เช่นกัน และมีแผนจะเริ่มใช้งานตั้งแต่ปีงบประมาณหน้า

เนื่องจากแต่ละแผนกมีรูปแบบการทำงานที่แตกต่างกัน

  • วิธีดำเนินงาน

  • กระบวนการอนุมัติ

  • การประสานงาน

จึงแตกต่างกันไปตามลักษณะงาน

ความแตกต่างเหล่านี้อาจทำให้การทำงานร่วมกันระหว่างแผนกเป็นไปได้ยากขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดข้อผิดพลาด

ด้วยเหตุนี้ การกำหนดมาตรฐานการใช้งาน KANNA ให้เป็นหนึ่งเดียวทั่วทั้งองค์กร จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง

เมื่อการใช้งาน KANNA ขยายจากฝ่ายเทคนิคไปสู่แผนกอื่น ๆ เราเชื่อว่าจะเกิดแนวคิดและวิธีการใช้งานใหม่ ๆ จากแต่ละสาขาและแต่ละหน่วยงาน

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ สาขาชูโงกุ–ชิโกกุ (Chugoku-Shikoku Branch) ซึ่งเป็นหนึ่งในสาขาที่ใช้งาน KANNA อย่างแข็งขัน

ปัจจุบันพวกเขาได้เริ่มนำ ฟังก์ชันปฏิทิน (Calendar Function) มาใช้ในการประสานงานและจัดตารางงานร่วมกับบริษัทพันธมิตรแล้ว

เราต้องการรวบรวมแนวทางการใช้งานที่เกิดขึ้นจากแต่ละสาขาเหล่านี้ นำมาจัดทำเป็นมาตรฐาน และเผยแพร่ให้ทั่วทั้งองค์กร

เป้าหมายสูงสุดคือการสร้างระบบที่ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงาน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานหรือบริษัทพันธมิตร สามารถได้รับประโยชน์จากการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกันอย่างเท่าเทียม

และทำให้ KANNA กลายเป็นแพลตฟอร์มกลางที่ช่วยขับเคลื่อนการทำงานของทั้งองค์กรได้อย่างแท้จริง.

Article Published on:

Read more