สื่อสารชัดเจน งานเดินหน้าเร็วขึ้น: ยกระดับการฟื้นฟูและปรับปรุงคอนโดมิเนียมร่วมกับพาร์ตเนอร์อย่างมีประสิทธิภาพ
ความสำเร็จการใช้งาน KANNA จากลูกค้า
Nomura Real Estate Partners Co., Ltd.
สื่อสารชัดเจน งานเดินหน้าเร็วขึ้น: ยกระดับการฟื้นฟูและปรับปรุงคอนโดมิเนียมร่วมกับพาร์ตเนอร์อย่างมีประสิทธิภาพ
Real Estate and Rental Services
Japan

Company Name
Nomura Real Estate Partners Co., Ltd.
Number of Employees
6997
Business Activities
ผู้ให้บริการด้านการบริหารจัดการอาคารและอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร ครอบคลุมการบริหารคอนโดมิเนียม การดูแลศูนย์ข้อมูล งานก่อสร้างและตกแต่งภายใน การบริหารทรัพย์สิน บริการทำความสะอาด ธุรกิจนายหน้าประกันภัย และงานรีโนเวตอาคาร
Services
KANNA Project
Nomura Real Estate Partners Co., Ltd. ผู้ให้บริการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งดูแลที่อยู่อาศัยคุณภาพสูงภายใต้แบรนด์ PROUD รวมถึงอาคารสำนักงานและศูนย์โลจิสติกส์ระดับแนวหน้าของประเทศ รับผิดชอบการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์หลากหลายประเภททั่วประเทศ
ในฐานะทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการอาคาร บริษัทมุ่งมั่นส่งมอบความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ทั้งเจ้าของทรัพย์สินและผู้พักอาศัย ผ่านการดูแลและบริหารจัดการคุณภาพสูงในทุกมิติ
อย่างไรก็ตาม ภายในทีมขนาดเล็กที่มีความเชี่ยวชาญสูง ซึ่งรับผิดชอบงาน ฟื้นฟูและปรับปรุงคอนโดมิเนียม (Condominium Restoration & Renovation Projects) กลับเริ่มเผชิญกับความท้าทายสำคัญด้านการแบ่งปันข้อมูลและการประสานงาน
การพึ่งพาเครื่องมือแบบเดิม เช่น
Excel
อีเมล
การจัดเก็บข้อมูลแบบกระจัดกระจาย
ส่งผลให้เกิดความไม่มีประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และสร้างภาระงานเพิ่มเติมให้กับทีมงานเป็นอย่างมาก
เมื่อจำนวนโครงการและผู้เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้น การติดตามข้อมูล การอัปเดตสถานะงาน และการประสานงานกับบริษัทคู่ค้าจึงยิ่งซับซ้อนมากขึ้นตามไปด้วย
อะไรคือเหตุผลที่ทำให้บริษัทตัดสินใจก้าวสู่ Digital Transformation (DX)?
และการนำ KANNA มาใช้ได้เปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานของทีม รวมถึงความร่วมมือกับบริษัทคู่ค้าอย่างไรบ้าง?
เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ คุณ Shunsuke Yamazato ผู้จัดการแผนก (Section Manager) และ คุณ Yuko Misumi เจ้าหน้าที่อาวุโส (Senior Staff Member) ประจำฝ่ายบริหารธุรกิจที่อยู่อาศัย 2 (Housing Business Division II Management Section) ซึ่งเป็นผู้ผลักดันการนำ KANNA มาใช้งานภายในองค์กร
ทั้งสองได้แบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับความท้าทายที่นำไปสู่การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล เหตุผลที่เลือก KANNA ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นหลังการใช้งาน และวิสัยทัศน์ต่ออนาคตของการบริหารโครงการฟื้นฟูคอนโดมิเนียมในยุคดิจิทัล
กรณีศึกษานี้สะท้อนให้เห็นว่า การสร้างระบบสื่อสารและแบ่งปันข้อมูลแบบรวมศูนย์ สามารถช่วยลดความซับซ้อนในการประสานงาน เพิ่มความโปร่งใสในการดำเนินงาน และเสริมสร้างความร่วมมือที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นระหว่างทีมงานและบริษัทคู่ค้าได้อย่างไร.
Background And Effects of KANNA Implementation
Issue
ความท้าทายก่อนนำ KANNA มาใช้
การแบ่งปันข้อมูลที่กระจัดกระจาย (Fragmented Information Sharing)
การทำงานที่ต้องพึ่งพาทั้ง Excel และอีเมลควบคู่กัน ทำให้ข้อมูลถูกจัดเก็บอยู่หลายแหล่งและยากต่อการติดตาม เมื่อมีการอัปเดตข้อมูลใน Excel ไม่สามารถแก้ไขและส่งต่อให้ผู้เกี่ยวข้องได้ทันที ส่งผลให้การดำเนินงานล่าช้าและเกิดความสับสนในการอ้างอิงข้อมูลล่าสุดการค้นหาข้อมูลเป็นภาระและสร้างความเครียดในการทำงาน (Stressful Information Retrieval)
ไฟล์ Excel ที่มีความซับซ้อน รวมถึงอีเมลจำนวนมากที่สะสมอยู่ในระบบ ทำให้ข้อมูลสำคัญถูกกลบหรือค้นหาได้ยาก พนักงานต้องเสียเวลาจำนวนมากในการค้นหาข้อมูลที่จำเป็นต่อการดำเนินงานและการตัดสินใจการสื่อสารไม่มีประสิทธิภาพ (Inefficient Communication)
รูปภาพที่ส่งผ่านอีเมลหรือช่องทางเดิมมักมีความละเอียดต่ำ ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบรายละเอียดของปัญหาได้อย่างชัดเจน เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับจุดที่ต้องแก้ไข ส่งผลให้ต้องถ่ายภาพใหม่ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และเสียเวลาในการประสานงานซ้ำหลายรอบ
Key Factors For Implementation
เหตุผลที่เลือก KANNA
อินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่ายและเข้าใจได้ทันที (Intuitive UI)
KANNA มาพร้อมกับการออกแบบที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน และไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านเทคนิคหรือไอทีเป็นพิเศษ ผู้ใช้งานสามารถเรียนรู้และเริ่มต้นใช้งานได้อย่างรวดเร็ว ช่วยลดแรงต้านต่อการเปลี่ยนแปลงและส่งเสริมการใช้งานจริงภายในองค์กรการบริหารข้อมูลแบบรวมศูนย์ (Centralized Information Management)
ด้วยแนวคิดการจัดการที่กำหนดให้ “1 ยูนิต = 1 โปรเจกต์” ข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับแต่ละห้องหรือแต่ละโครงการสามารถรวบรวมและจัดเก็บไว้บนคลาวด์ในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นเอกสาร รูปภาพ ประวัติการดำเนินงาน หรือการสื่อสารต่าง ๆ ทำให้ทั้งทีมงานภายในและบริษัทคู่ค้าภายนอกสามารถเข้าถึง แก้ไข และตรวจสอบข้อมูลชุดเดียวกันได้พร้อมกันแบบเรียลไทม์เริ่มต้นใช้งานได้ง่าย ลดภาระด้านการอบรม (Low Adoption Barrier)
เนื่องจากบริษัทคู่ค้าบางรายมีประสบการณ์ใช้งาน KANNA อยู่แล้ว จึงช่วยลดระยะเวลาในการเรียนรู้ระบบและลดต้นทุนในการฝึกอบรมได้อย่างมาก ส่งผลให้การนำระบบไปใช้งานร่วมกันระหว่างทุกฝ่ายเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็ว
Effects and Improvements
ผลลัพธ์หลังการนำ KANNA มาใช้
เข้าถึงข้อมูลที่ต้องการได้ทันที (Instant Information Access)
เพียงค้นหาด้วยชื่ออาคารชุดและหมายเลขห้องในช่องค้นหา ก็สามารถเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นเอกสาร รูปภาพ ประวัติการดำเนินงาน หรือข้อมูลการประสานงาน ช่วยลดเวลาที่ต้องใช้ในการค้นหาข้อมูลจากหลายแหล่งลดจำนวนการโทรสอบถามและยืนยันข้อมูลลงอย่างมาก (Drastic Reduction in Phone Inquiries)
เนื่องจากทุกฝ่ายสามารถอัปเดตและตรวจสอบข้อมูลล่าสุดได้จากระบบตลอดเวลา ไม่ว่าจะอยู่ที่สำนักงานหรือหน้างาน จึงไม่จำเป็นต้องโทรสอบถามหรือยืนยันสถานะงานบ่อยครั้งเหมือนในอดีต ช่วยลดภาระงานด้านการประสานงานและเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินโครงการหมดปัญหาการถ่ายภาพซ้ำ (No Need for Retakes)
บริษัทคู่ค้าสามารถอัปโหลดภาพถ่ายความละเอียดสูงเข้าสู่ระบบได้โดยตรง โดยไม่ต้องกังวลเรื่องข้อจำกัดด้านขนาดไฟล์ ทำให้สามารถตรวจสอบรายละเอียดหน้างานได้อย่างชัดเจน ลดความเข้าใจผิด และลดความจำเป็นในการขอให้ถ่ายภาพใหม่หรือส่งข้อมูลเพิ่มเติม
ผู้ให้สัมภาษณ์

Nomura Real Estate Partners Co., Ltd. Property Management Division, Housing Business Department II Mr. Shunsuke Yamazato: Management Section Manager Ms. Yuko Misumi: Management Section, Senior Staff
ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการอาคาร กับความท้าทายในการแบ่งปันข้อมูล
— ช่วยเล่าถึงธุรกิจของ Nomura Real Estate Partners ให้ฟังหน่อยครับ
คุณยามาซาโตะ:
ในฐานะหนึ่งในบริษัทภายใต้ Nomura Real Estate Holdings Group เรารับผิดชอบด้านการบริหารและดำเนินงานอาคารแบบครบวงจร
จุดแข็งสำคัญของกลุ่มบริษัทคือแนวคิดที่เราเรียกว่า
“การบูรณาการตั้งแต่การพัฒนา การขาย ไปจนถึงการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์” (Integrated Development, Sales, and Management Model)
บริษัทแต่ละแห่งภายในกลุ่มทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อส่งมอบบริการที่ครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาโครงการ การก่อสร้าง การขาย ไปจนถึงการบริหารจัดการและดูแลทรัพย์สินในระยะยาว
ภายใต้โครงสร้างดังกล่าว บริษัทของเรารับผิดชอบด้านการบริหารจัดการ ซึ่งมีขอบเขตงานที่กว้างขวางมาก
เราให้บริการด้าน
การบริหารจัดการอาคารสำนักงาน (Office Building Management)
การบริหารจัดการศูนย์การค้าและอาคารพาณิชย์ (Commercial Facility Management)
การบริหารจัดการคอนโดมิเนียม (Condominium Management)
การบริหารจัดการอาคารและสิ่งปลูกสร้างภาครัฐ (Public Facility Management)
นอกจากนี้ เรายังดูแลโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของสังคม เช่น
ศูนย์ข้อมูล (Data Centers)
ซึ่งต้องอาศัยมาตรฐานการบริหารจัดการและความน่าเชื่อถือในระดับสูง
ขณะเดียวกัน ธุรกิจของเรายังครอบคลุมบริการที่เกี่ยวข้องอีกหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น
งานก่อสร้างและปรับปรุงอาคาร
งานติดตั้งระบบและอุปกรณ์ต่าง ๆ
งานควบคุมและบริหารหน้างานก่อสร้าง
งานซ่อมแซมและรีโนเวตอาคาร
กล่าวได้ว่า เราเป็นผู้ให้บริการด้าน Property & Facility Management แบบครบวงจร ที่ดูแลวงจรชีวิตของอาคารและอสังหาริมทรัพย์ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงการใช้งานในระยะยาว
และภายในองค์กรของเรา หนึ่งในหน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการฟื้นฟูและปรับปรุงคอนโดมิเนียม ได้เริ่มเผชิญกับความท้าทายด้านการแบ่งปันข้อมูลและการประสานงานที่ซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการผลักดัน Digital Transformation และการนำ KANNA เข้ามาใช้งานในเวลาต่อมา.

สำหรับผมและคุณมิซูมิ เราสังกัดอยู่ใน ฝ่ายที่อยู่อาศัย (Residential Division) ภายใต้ธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ของบริษัท
เมื่อเปรียบเทียบกับบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์เพียงอย่างเดียว ขนาดธุรกิจของเราอาจดูไม่ใหญ่มากนัก
อย่างไรก็ตาม ด้วยความเชี่ยวชาญในฐานะทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการอาคาร เราได้สร้างระบบการให้บริการแบบครบวงจรที่ครอบคลุมตั้งแต่
การบริหารจัดการอาคารและสิ่งอำนวยความสะดวก (Operations & Facility Management)
การบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการเช่า (Rental Management)
ไปจนถึงการดูแลและรักษามูลค่าของทรัพย์สินในระยะยาว
Excel แก้ไขพร้อมกันไม่ได้ อีเมลถูกกลบหาย: ข้อจำกัดของการบริหารงานแบบเดิม
— อะไรคือความท้าทายที่ทำให้ฝ่ายที่อยู่อาศัยตัดสินใจนำ KANNA มาใช้?
คุณยามาซาโตะ:
เรารับผิดชอบการบริหารจัดการอพาร์ตเมนต์ให้เช่าภายใต้แบรนด์ของ Nomura Real Estate Group เป็นหลัก ได้แก่
PROUD FLAT
Prime Urban
เมื่อผู้เช่าย้ายออกจากห้องพัก จะต้องมีการดำเนินงาน ปรับปรุงและฟื้นฟูสภาพห้อง (Restoration Work) ก่อนที่จะสามารถเปิดรับผู้เช่ารายใหม่ได้
อย่างไรก็ตาม กระบวนการดังกล่าวเกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็น
บริษัทผู้รับเหมาและพาร์ตเนอร์
ทีมงานฝ่ายขาย
ผู้ดูแลทรัพย์สิน
ผู้ประสานงานโครงการ
ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบงานในแต่ละขั้นตอน
ความท้าทายที่เราเผชิญคือ การแบ่งปันข้อมูลระหว่างทุกฝ่ายให้เป็นไปอย่างราบรื่นและทันเวลา
เราจำเป็นต้องติดตามข้อมูลสำคัญจำนวนมาก เช่น
ห้องใดมีผู้เช่าย้ายออกแล้ว
งานปรับปรุงจะเริ่มเมื่อใด
กำหนดแล้วเสร็จคือเมื่อใด
ห้องพร้อมปล่อยเช่าอีกครั้งเมื่อใด
แม้จะเป็นข้อมูลพื้นฐานของกระบวนการทำงาน แต่กลับเป็นเรื่องยากที่จะทำให้ทุกคนรับรู้ข้อมูลชุดเดียวกันได้อย่างต่อเนื่อง
ในขณะนั้น เราใช้ Excel และอีเมล เป็นเครื่องมือหลักในการบริหารจัดการงาน
แต่ Excel มีข้อจำกัดหลายประการ โดยเฉพาะในด้านการทำงานร่วมกัน
เมื่อมีการแก้ไขข้อมูล
ไม่สามารถอัปเดตและแชร์ข้อมูลให้ทุกฝ่ายเห็นพร้อมกันได้ทันที
ต้องส่งไฟล์เวอร์ชันใหม่ผ่านอีเมล
ผู้รับต้องเปิดไฟล์และตรวจสอบด้วยตนเอง
ทำให้เกิดความล่าช้าในการสื่อสารและติดตามงาน
นอกจากนี้ เมื่อจำนวนโครงการและอีเมลเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
ข้อมูลสำคัญก็มักถูกกลบอยู่ในกล่องจดหมาย และยากต่อการค้นหาย้อนหลัง
ผลลัพธ์คือ
การติดตามสถานะงานใช้เวลามาก
การค้นหาข้อมูลไม่สะดวก
การประสานงานระหว่างทีมงานและคู่ค้าขาดความคล่องตัว
ซึ่งเป็นข้อจำกัดสำคัญของการบริหารงานแบบเดิม และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เรามองหาเครื่องมือดิจิทัลอย่าง KANNA เพื่อช่วยรวบรวมข้อมูลทั้งหมดไว้ในที่เดียว และทำให้ทุกฝ่ายสามารถเข้าถึงข้อมูลล่าสุดได้แบบเรียลไทม์.

คุณมิซูมิ:
ก่อนนำ KANNA มาใช้ เราบริหารจัดการกระบวนการทั้งหมดตั้งแต่ผู้เช่าย้ายออกไปจนถึงการรับผู้เช่ารายใหม่เข้าพักผ่าน Excel
แต่ปัญหาสำคัญคือ เมื่อมีใครในบริษัทเปิดไฟล์อยู่ ไฟล์นั้นจะกลายเป็น Read-Only (เปิดดูได้อย่างเดียว) ทำให้ผู้อื่นไม่สามารถแก้ไขหรืออัปเดตข้อมูลได้
หลายครั้งที่ฉันต้องรอให้ไฟล์ว่างก่อนจึงจะเข้าไปแก้ไขข้อมูลได้ แต่ระหว่างนั้นก็มักมีงานอื่นเข้ามาแทรก ทำให้ลืมกลับมาอัปเดตข้อมูล หรืออัปเดตล่าช้ากว่าที่ควรจะเป็น
อีกหนึ่งความท้าทายคือเรื่อง การมองเห็นข้อมูล (Visibility)
นอกจากข้อมูลพื้นฐานอย่าง
วันที่ผู้เช่าย้ายออก
กำหนดการปรับปรุงห้อง
เรายังต้องจัดเก็บข้อมูลสำคัญอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น
รหัสระบบ Auto Lock
ชื่อผู้รับเหมาที่รับผิดชอบงาน
รายละเอียดการประสานงาน
สถานะของงานในแต่ละขั้นตอน
เมื่อข้อมูลเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ไฟล์ Excel ก็มีความซับซ้อนมากขึ้นตามไปด้วย
จนบางครั้งการค้นหาข้อมูลที่ต้องการใช้เวลานานกว่าที่ควร
ในขณะที่ข้อมูลภายในองค์กรถูกบริหารจัดการผ่าน Excel
การสื่อสารกับผู้รับเหมาและบริษัทคู่ค้าภายนอกกลับใช้
โทรศัพท์
อีเมล
เป็นหลัก
โดยเฉพาะอีเมล ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่สำหรับทีมงานของเรา
เนื่องจากเป็นเรื่องปกติที่อีเมลหนึ่งฉบับจะถูกส่งสำเนา (CC) ไปยังผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก
เมื่อจำนวนโครงการเพิ่มขึ้น กล่องจดหมายก็เต็มไปด้วยอีเมลจำนวนมหาศาล
ส่งผลให้ข้อมูลสำคัญถูกกลบหายอยู่ท่ามกลางข้อความต่าง ๆ และยากต่อการติดตามย้อนหลัง
อีกประเด็นหนึ่งที่สร้างภาระในการทำงานคือ การแลกเปลี่ยนภาพถ่ายสำหรับการประเมินราคาและตรวจสอบหน้างาน
งานส่วนใหญ่ที่เราติดต่อกับผู้รับเหมาจะเกี่ยวข้องกับการส่งภาพถ่ายของห้องพักหรือจุดที่ต้องซ่อมแซม เพื่อใช้ประกอบการประเมินราคาและวางแผนงาน
แต่เนื่องจากอีเมลมีข้อจำกัดด้านขนาดไฟล์
ผู้รับเหมาจึงต้องนำภาพถ่ายหลายรูปมารวมเป็นไฟล์ PDF ก่อนส่งให้เรา
ปัญหาคือ เมื่อภาพถูกบีบอัด คุณภาพของภาพก็ลดลงอย่างมาก
ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบรายละเอียดสำคัญได้อย่างชัดเจน
หลายครั้งเราต้องติดต่อกลับไปเพื่อขอภาพเพิ่มเติม เช่น
“ช่วยถ่ายภาพมุมนี้ใกล้ ๆ อีกหน่อยได้ไหมครับ”
“รบกวนส่งภาพระยะใกล้ของจุดนี้เพิ่มเติม เพื่อให้เห็นรายละเอียดชัดเจนขึ้น”
ซึ่งทำให้เกิดการสื่อสารซ้ำหลายรอบ
เพิ่มภาระให้ทั้งทีมงานภายในและผู้รับเหมา และส่งผลให้กระบวนการดำเนินงานล่าช้าโดยไม่จำเป็น
ด้วยข้อจำกัดของการใช้ Excel และอีเมลในการบริหารจัดการข้อมูลและการสื่อสาร ทีมงานจึงเริ่มมองหาเครื่องมือที่สามารถรวมข้อมูลทั้งหมดไว้ในที่เดียว เข้าถึงได้ง่าย และช่วยให้การทำงานร่วมกันระหว่างทีมงานและบริษัทคู่ค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งนำไปสู่การตัดสินใจนำ KANNA เข้ามาใช้ในเวลาต่อมา.

คุณยามาซาโตะ:
การขอให้ผู้รับเหมาถ่ายภาพใหม่ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มภาระงานให้กับพาร์ตเนอร์ของเราเท่านั้น
แต่ยังส่งผลให้เราต้องรอข้อมูลเพิ่มเติม ทำให้กระบวนการทำงานล่าช้าลงสำหรับทั้งสองฝ่าย
กล่าวได้ว่าเป็นความไม่มีประสิทธิภาพที่เกิดขึ้นร่วมกันตลอดทั้งกระบวนการ
นอกจากนี้ ทีมงานที่รับผิดชอบงานปรับปรุงและฟื้นฟูห้องพักของเรามีเพียง 3 คน เท่านั้น
แต่ต้องดูแลโครงการในอพาร์ตเมนต์มากกว่า 200 อาคาร
เราจึงต้องบริหารจัดการทั้ง
ความคืบหน้าของงานแต่ละห้อง
การประสานงานกับผู้รับเหมา
การสื่อสารกับทีมฝ่ายขาย
การรายงานข้อมูลให้ผู้บริหาร
ไปพร้อมกัน
อย่างไรก็ตาม เมื่อยังต้องพึ่งพา Excel และอีเมลเป็นหลัก เรารู้สึกชัดเจนว่ารูปแบบการทำงานเดิมได้เดินมาถึงขีดจำกัดแล้ว
“เราใช้ KANNA อยู่แล้วครับ”
เสียงตอบรับจากผู้รับเหมา กลายเป็นแรงผลักดันสำคัญในการตัดสินใจ
— อะไรคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้คุณเลือก KANNA เพื่อแก้ปัญหาการแบ่งปันข้อมูล?
คุณมิซูมิ:
ปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือ ความชัดเจนในการมองเห็นข้อมูล (Visibility)
KANNA ออกแบบหน้าจอการใช้งานโดยรวบรวมฟังก์ชันที่จำเป็นไว้ในรูปแบบที่กระชับและเข้าใจง่าย
เมื่อเปิดใช้งาน ทุกคนสามารถเข้าใจได้ทันทีว่า
ข้อมูลอยู่ตรงไหน
ต้องทำอะไรต่อ
จะค้นหาสิ่งที่ต้องการได้อย่างไร
โดยแทบไม่ต้องอาศัยการเรียนรู้ที่ซับซ้อน
ก่อนหน้านี้ เราได้ศึกษาระบบบริหารจัดการงานหลายประเภทที่พัฒนาขึ้นสำหรับอุตสาหกรรมก่อสร้างโดยเฉพาะ
แต่สิ่งที่กังวลคือ
บางระบบมีฟังก์ชันจำนวนมากเกินไป
จนทำให้การใช้งานดูซับซ้อนและอาจกลายเป็นอุปสรรคต่อการนำไปใช้งานจริง
ในทางกลับกัน KANNA มีจุดเด่นเรื่อง
ความเรียบง่ายของฟังก์ชัน
การออกแบบที่เข้าใจง่าย
การเข้าถึงข้อมูลที่สะดวก
ทำให้เรามั่นใจว่าไม่เพียงแต่ทีมงานภายในองค์กรเท่านั้น
แต่รวมถึงบริษัทผู้รับเหมาและพาร์ตเนอร์ภายนอกก็สามารถเรียนรู้และเริ่มใช้งานได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน
อีกเรื่องที่ช่วยผลักดันการตัดสินใจของเราอย่างมากคือเสียงตอบรับจากผู้รับเหมา
ในระหว่างที่เรากำลังพิจารณาระบบต่าง ๆ อยู่ เราได้สอบถามความคิดเห็นจากบริษัทคู่ค้าหลายแห่ง
และได้รับคำตอบกลับมาบ่อยครั้งว่า
“บริษัทเราก็ใช้ KANNA อยู่แล้วครับ”
“ทีมของเราใช้งาน KANNA เป็นประจำอยู่แล้ว”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เราจึงรู้สึกมั่นใจมากขึ้นว่า
การนำ KANNA มาใช้จะไม่สร้างภาระด้านการเรียนรู้หรือการเปลี่ยนแปลงให้กับพาร์ตเนอร์มากนัก
ในทางกลับกัน ยังช่วยให้ทุกฝ่ายสามารถเริ่มต้นทำงานร่วมกันได้อย่างรวดเร็ว
ส่งผลให้ต้นทุนด้านการอบรม การปรับตัว และการนำระบบไปใช้งานจริง (Onboarding Cost) ลดลงอย่างมาก
และนั่นก็กลายเป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้เราตัดสินใจเลือก KANNA ในที่สุด.

ใช้ KANNA จัดการ “1 ห้อง = 1 โปรเจกต์” รวมทุกข้อมูลไว้ในที่เดียว
คุณมิซูมิ:
ปัจจุบัน เราใช้งาน KANNA โดยกำหนดให้ ห้องพักแต่ละยูนิตเป็นหนึ่งโปรเจกต์ (1 Unit = 1 Project)
ข้อมูลสำคัญทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับห้องนั้นจะถูกจัดเก็บรวมไว้ในโปรเจกต์เดียว ไม่ว่าจะเป็น
ข้อมูลพื้นฐานของห้องพัก
ใบเสนอราคา
เอกสารต่าง ๆ
รูปภาพหน้างาน
ประวัติการดำเนินงาน
แนวทางนี้ช่วยป้องกันการสับสนระหว่างห้องพักหรืออาคารต่าง ๆ และทำให้เราสามารถค้นหาข้อมูลที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ ในแต่ละโปรเจกต์ยังสามารถเชิญผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมได้ตามความจำเป็น และยังสามารถกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลบางส่วนให้เป็นความลับได้อีกด้วย
ด้วยเหตุนี้ เราจึงไม่จำเป็นต้องแยกเครื่องมือสำหรับการสื่อสารภายในและภายนอกองค์กรอีกต่อไป
ทุกอย่างสามารถบริหารจัดการได้จากแพลตฟอร์มเดียว
“ผู้รับเหมาหลายรายใช้งาน KANNA อยู่แล้ว”
ปัจจัยสำคัญที่ช่วยเร่งการตัดสินใจ
คุณยามาซาโตะ:
ก่อนนำ KANNA มาใช้ เราได้สอบถามความคิดเห็นจากบริษัทผู้รับเหมาคู่ค้าหลายแห่ง
สิ่งที่น่าสนใจคือ มีผู้รับเหมาหลายรายตอบกลับมาว่า
“บริษัทของเราก็ใช้งาน KANNA อยู่แล้วครับ”
สำหรับเครื่องมือด้านการแบ่งปันข้อมูลและการบริหารโครงการ การที่ทุกฝ่ายสามารถใช้งานได้อย่างราบรื่นถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด
โดยปกติแล้ว การแนะนำระบบใหม่ให้ผู้รับเหมาหรือพาร์ตเนอร์ใช้งานร่วมกันมักต้องใช้เวลาในการอธิบาย อบรม และติดตามผลอย่างต่อเนื่อง
แต่เมื่อคู่ค้าจำนวนหนึ่งคุ้นเคยกับ KANNA อยู่แล้ว
กระบวนการนำระบบไปใช้งานร่วมกันจึงง่ายขึ้นอย่างมาก
นี่จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ผลักดันให้เราตัดสินใจเลือก KANNA
ปัจจุบัน นอกจากฝ่ายบริหารทรัพย์สิน (Property Management Division) แล้ว ฝ่ายรีโนเวต (Renovation Division) ของบริษัทก็ได้นำ KANNA มาใช้งานเช่นกัน
เพิ่มประสิทธิภาพ ลดความเครียด และลดภาระให้กับผู้รับเหมา
— หลังจากนำ KANNA มาใช้แล้ว มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นบ้าง?
คุณมิซูมิ:
การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดคือ
เราสามารถอัปเดตและเข้าถึงข้อมูลได้ทันทีในเวลาที่ต้องการ โดยไม่ต้องรอใคร
ในอดีตที่ยังใช้ Excel เรามักเจอปัญหาไฟล์ถูกเปิดใช้งานโดยผู้อื่นจนกลายเป็น Read-Only อยู่บ่อยครั้ง
ทำให้ต้องเสียเวลารอเพื่อเข้าไปแก้ไขข้อมูล
ขณะที่การค้นหาข้อมูลก็ต้องเปิดไฟล์ Excel หลายชุด และค้นหาอีเมลจำนวนมาก
แต่ตอนนี้ เพียงแค่พิมพ์
ชื่ออาคาร
หมายเลขห้อง
ลงในช่องค้นหาของ KANNA
เราก็สามารถเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการได้ทันที
ภายในหน้าโปรเจกต์เดียว เราสามารถตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดได้พร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็น
ข้อมูลพื้นฐาน
เอกสาร
รูปภาพ
ประวัติการดำเนินงาน
การจัดการข้อมูลตามห้องพักแต่ละยูนิตช่วยลดความเสี่ยงในการสับสนข้อมูลระหว่างโครงการได้อย่างมาก
โดยเฉพาะเรื่องใบเสนอราคา
ในอดีต แม้จะมีการแก้ไขตัวเลขหรือรายละเอียด แต่รูปแบบเอกสารก็มักดูเหมือนเดิม
ทำให้ยากต่อการแยกแยะว่าไฟล์ใดคือเวอร์ชันล่าสุด
แต่ใน KANNA ระบบจะแสดงวันที่อัปเดตอย่างชัดเจน
จึงสามารถตรวจสอบข้อมูลล่าสุดได้ทันที
ผลลัพธ์คือ
ความผิดพลาดในการสั่งงานและการอนุมัติเอกสารลดลงอย่างเห็นได้ชัด
คุณยามาซาโตะ:
ก่อนใช้ KANNA แม้แต่คำถามเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็มักจบลงด้วยการโทรศัพท์มาสอบถามผมหรือคุณมิซูมิ
แต่ตอนนี้ ผู้เกี่ยวข้องสามารถเข้าไปค้นหาข้อมูลที่ต้องการได้ด้วยตนเองผ่าน KANNA
ส่งผลให้จำนวนสายโทรศัพท์ลดลงอย่างมาก
ทุกครั้งที่มีสายเข้า เราจำเป็นต้องหยุดงานที่กำลังทำอยู่เพื่อให้ข้อมูล
เมื่อเกิดขึ้นบ่อยครั้งก็กลายเป็นความเครียดสะสมในการทำงาน
ปัจจุบัน ความเครียดเหล่านั้นลดลงไปมาก
เพราะทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องได้ทันทีโดยไม่ต้องลังเลหรือรอการตอบกลับ
และประโยชน์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับทีมของเราเท่านั้น
แต่เกิดขึ้นกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในโครงการ
ลดภาระให้ผู้รับเหมา พร้อมยกระดับคุณภาพการสื่อสารด้วยภาพถ่าย
เรายังสามารถลดภาระงานให้กับผู้รับเหมาได้อย่างมากอีกด้วย
อย่างที่คุณมิซูมิกล่าวไปก่อนหน้านี้
ในอดีต ผู้รับเหมาจำเป็นต้องรวมรูปภาพหลายรูปเป็นไฟล์ PDF ก่อนส่งทางอีเมล เนื่องจากข้อจำกัดด้านขนาดไฟล์แนบ
แต่ปัจจุบัน พวกเขาสามารถอัปโหลดภาพความละเอียดสูงได้โดยตรงใน KANNA
พร้อมจัดหมวดหมู่ตามพื้นที่ เช่น
ห้องนั่งเล่น (Living Room)
ห้องนอน (Bedroom)
ห้องน้ำ (Bathroom)
ได้อย่างเป็นระบบ
สิ่งนี้ช่วยให้
ผู้รับเหมาส่งข้อมูลได้ง่ายขึ้น
ทีมงานตรวจสอบข้อมูลได้รวดเร็วขึ้น
ลดการขอถ่ายภาพซ้ำ
ลดการสื่อสารที่ไม่จำเป็น
และทำให้กระบวนการทำงานระหว่างทุกฝ่ายมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างชัดเจน.

ปัจจุบัน ผู้รับเหมาสามารถอัปโหลดรูปภาพได้อย่างอิสระและครบถ้วนมากขึ้น ตั้งแต่
ภาพมุมกว้างที่แสดงภาพรวมของห้องทั้งห้อง
ภาพระยะใกล้ของอุปกรณ์หรือจุดที่ต้องตรวจสอบ
ภาพรายละเอียดของงานซ่อมแซมหรือจุดชำรุด
ด้วยข้อมูลภาพที่ครบถ้วนและมีความละเอียดสูง เราจึงแทบไม่ต้องขอให้ผู้รับเหมาถ่ายภาพเพิ่มเติมอีกต่อไป
ในอดีต เรามักต้องส่งคำขอซ้ำ เช่น
“รบกวนส่งภาพระยะใกล้ของจุดนี้เพิ่มเติม”
“ช่วยถ่ายภาพมุมนี้อีกภาพได้ไหมครับ”
แต่ปัจจุบัน ปัญหาเหล่านั้นแทบจะหายไปทั้งหมด
สำหรับผู้รับเหมาเอง ก็ได้รับประโยชน์อย่างชัดเจนเช่นกัน
ก่อนหน้านี้ พวกเขาต้องใช้เวลาในการ
คัดเลือกรูปภาพที่จำเป็น
จัดเรียงไฟล์
รวมรูปภาพเป็นไฟล์ PDF
ส่งผ่านอีเมล
ซึ่งเป็นงานที่ใช้เวลาและไม่ได้สร้างมูลค่าเพิ่มโดยตรง
เมื่อเปลี่ยนมาใช้ KANNA ขั้นตอนเหล่านี้ถูกตัดออกไปทั้งหมด
เพียงอัปโหลดภาพเข้าสู่โปรเจกต์ที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลก็พร้อมใช้งานทันที
จึงกล่าวได้ว่าประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นจาก KANNA เป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจน
สร้างมาตรฐานใหม่ของการบริหารความคืบหน้าโครงการ
— สุดท้ายนี้ อยากทราบแผนการใช้งาน KANNA ในอนาคต
คุณยามาซาโตะ:
หากถามว่า
“การบริหารความคืบหน้าที่มีประสิทธิภาพควรมีลักษณะอย่างไร?”
ผมคิดว่า KANNA ได้แสดงให้เราเห็นถึง “รูปแบบในอุดมคติของการบริหารความคืบหน้าโครงการ” แล้ว
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เรารับรู้ถึงข้อจำกัดของการจัดการงานผ่าน Excel และอีเมลมาโดยตลอด
แต่ในขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานที่ผู้คนคุ้นเคยก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
สิ่งที่เราทำไม่ได้มีเพียงการสอนวิธีใช้งาน KANNA เท่านั้น
แต่เราพยายามอธิบายให้ทุกคนเห็นอย่างชัดเจนว่า
งานใดจะถูกลดหรือกำจัดออกไป
กระบวนการใดจะง่ายขึ้น
การทำงานจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างไร
เมื่อทุกคนเข้าใจถึงประโยชน์ที่ได้รับจริง การเปลี่ยนแปลงจึงเกิดขึ้นได้อย่างราบรื่น
และนำไปสู่ผลลัพธ์ด้านประสิทธิภาพที่เราได้รับในปัจจุบัน
ในมุมมองของผม การนำ KANNA มาใช้ในแผนกของเราเป็นเพียง
“ก้าวแรกของการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน”
เท่านั้น
ธุรกิจบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์มีงานที่หลากหลายและซับซ้อนมาก
จนถึงตอนนี้ เรายังนำกระบวนการเข้าสู่ระบบดิจิทัลได้เพียงบางส่วนเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม จากผลลัพธ์ที่เราได้รับ เรามองเห็นศักยภาพของ KANNA อย่างชัดเจน
ในอนาคต เราวางแผนที่จะขยายการใช้งาน KANNA ไปสู่
การบริหารงานซ่อมบำรุงสำหรับห้องพักที่ยังมีผู้พักอาศัย (Occupied Unit Maintenance)
เพื่อให้สามารถ
ติดตามงานได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น
เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างทีมงานและผู้รับเหมาได้ดียิ่งขึ้น
เพิ่มความรวดเร็วในการตอบสนองต่อผู้พักอาศัย
ลดงานซ้ำซ้อนในการประสานงาน
และยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานโดยรวมขององค์กรให้สูงขึ้นไปอีกขั้น
Article Published on:





