Digital Scheduling Transformation: ลดงานติดตามและการแก้ไขแผนจากคำขอเร่งด่วน ด้วยการเปลี่ยนจากไวท์บอร์ดสู่ระบบดิจิทัล

ความสำเร็จการใช้งาน KANNA จากลูกค้า

Koen Auto Co., Ltd.

Digital Scheduling Transformation: ลดงานติดตามและการแก้ไขแผนจากคำขอเร่งด่วน ด้วยการเปลี่ยนจากไวท์บอร์ดสู่ระบบดิจิทัล

Automotive Repair Services

Japan

Company Name

Koen Auto Co., Ltd.

Number of Employees

7

Business Activities

บริการซ่อมบำรุงและซ่อมแซมรถยนต์ (Automotive Repair & Maintenance Services) จำหน่ายรถยนต์ใหม่และรถยนต์มือสอง (Automobile Sales)

Services

KANNA Report

จากอู่ซ่อมรถสู่การจัดการงานแบบดิจิทัล: รับมือคำขอเร่งด่วนและจัดตารางงานได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย KANNA

Koen Auto Co., Ltd. เป็นอู่ซ่อมรถยนต์ที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าในเมืองอุโอะสึ จังหวัดโทยามะ ประเทศญี่ปุ่น โดยให้บริการครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์นั่งส่วนบุคคลขนาดเล็ก รถเพื่อการพาณิชย์ขนาดใหญ่ ไปจนถึงรถราชการของหน่วยงานท้องถิ่น

ด้วยความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือลูกค้าแม้ในกรณีเร่งด่วนหรือคำขอในนาทีสุดท้าย บริษัทจึงได้รับความเชื่อมั่นอย่างสูงจากชุมชนท้องถิ่นมาอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม คำขอเร่งด่วนที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งเหล่านี้กลับส่งผลให้ตารางงานต้องมีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ประกอบกับความล่าช้าในการจัดหาอะไหล่รถยนต์ ทำให้อู่ซ่อมต้องเผชิญกับความท้าทายในการวางแผนงาน การจัดตารางการซ่อม และการสื่อสารการเปลี่ยนแปลงตารางงานให้กับช่างแต่ละคนอย่างมีประสิทธิภาพ

เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ คุณ Shumei Koen ประธานบริษัทและช่างซ่อมรถผู้ยังคงลงมือปฏิบัติงานด้วยตนเอง ถึงเหตุผลที่เขาตัดสินใจนำ KANNA มาใช้เพื่อเปลี่ยนผ่านจากการบริหารงานด้วยไวท์บอร์ดภายในสำนักงาน รวมถึงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับรูปแบบการทำงานในอนาคต ที่ KANNA จะเข้ามาช่วยยกระดับการวางแผนงาน การจัดการตารางซ่อม และการสื่อสารภายในทีมให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

กรณีศึกษานี้แสดงให้เห็นว่า แม้แต่ธุรกิจอู่ซ่อมรถยนต์ในท้องถิ่นก็สามารถนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน ลดความสับสนจากการเปลี่ยนแปลงตารางงาน และสร้างระบบการจัดการที่โปร่งใสและตรวจสอบได้มากขึ้น.

Background And Effects of KANNA Implementation

Issue

ความท้าทายก่อนนำ KANNA มาใช้

  • การพึ่งพาไวท์บอร์ดในสำนักงานทำให้ช่างที่ปฏิบัติงานนอกสถานที่ไม่สามารถเข้าถึงตารางงานล่าสุดได้ตลอดเวลา
    เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงตารางงาน ช่างที่อยู่หน้างานอาจไม่ทราบข้อมูลล่าสุด ส่งผลให้การประสานงานและการวางแผนงานขาดความต่อเนื่อง

  • คำขอเร่งด่วนที่เข้ามาขณะพนักงานอยู่นอกสำนักงานไม่สามารถตอบกลับได้อย่างแม่นยำ
    เนื่องจากไม่สามารถตรวจสอบตารางงานล่าสุดได้ทันที จึงต้องรอจนกว่าพนักงานจะกลับมาที่สำนักงานก่อน ส่งผลให้ลูกค้าต้องรอคำตอบนานขึ้น และกระทบต่อคุณภาพการให้บริการ

  • ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงตารางงาน ต้องพิมพ์เอกสารใหม่และแจ้งพนักงานด้วยวาจา
    การปรับเปลี่ยนกำหนดการแต่ละครั้งจำเป็นต้องพิมพ์ตารางงานใหม่ ติดประกาศแทนฉบับเดิม และแจ้งรายละเอียดให้ทีมงานรับทราบด้วยตนเอง ทำให้เกิดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน ใช้เวลา และไม่มีประสิทธิภาพ

Key Factors For Implementation

เหตุผลที่เลือก KANNA

  • ฟังก์ชันปฏิทินที่ช่วยให้พนักงานสามารถตรวจสอบและอัปเดตตารางงานได้ทุกที่ทุกเวลา
    โดยไม่จำเป็นต้องกลับเข้ามาที่สำนักงาน ช่วยให้ทีมงานภาคสนามสามารถรับรู้การเปลี่ยนแปลงของตารางงานได้แบบเรียลไทม์ และตอบสนองต่อคำขอเร่งด่วนจากลูกค้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

  • อินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่าย รองรับการใช้งานผ่านสมาร์ตโฟนอย่างเต็มรูปแบบ
    ออกแบบมาให้เข้าใจง่ายและไม่ซับซ้อน แม้แต่ช่างที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปก็สามารถเรียนรู้และใช้งานได้อย่างมั่นใจโดยไม่เกิดความสับสน

Effects and Improvements

ผลลัพธ์หลังการนำ KANNA มาใช้

  • การบริหารตารางงานและการสื่อสารถูกเปลี่ยนสู่ระบบดิจิทัลอย่างสมบูรณ์
    ช่วยให้องค์กรสามารถยกเลิกการใช้ไวท์บอร์ดแบบเดิมได้อย่างเต็มรูปแบบ ลดข้อจำกัดของการจัดการข้อมูลที่ต้องอาศัยการอัปเดตด้วยมือภายในสำนักงาน

  • หมดปัญหาการตอบลูกค้าว่า “ขอตรวจสอบตารางงานก่อน แล้วจะโทรกลับ”
    พนักงานสามารถตรวจสอบตารางงานล่าสุดได้ทันทีจากอุปกรณ์ของตนเอง ทำให้ตอบคำถามลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำโดยไม่ต้องเสียเวลาติดต่อกลับภายหลัง

  • ลดขั้นตอนยุ่งยากในการดาวน์โหลดและถ่ายโอนรูปภาพ
    ไม่ต้องย้ายรูปจากโทรศัพท์ไปยังคอมพิวเตอร์ก่อนส่งต่ออีกต่อไป ช่วยให้การแชร์ข้อมูลจากหน้างานเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

  • การเปลี่ยนแบบฟอร์มและเอกสารเป็นดิจิทัลช่วยส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานแบบ Paperless
    ลดการใช้เอกสารกระดาษจำนวนมาก ทำให้การจัดเก็บ ค้นหา และบริหารข้อมูลเป็นระบบมากขึ้น พร้อมสนับสนุนการทำงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ผู้ให้สัมภาษณ์

Mr. Shumei Koen, President, Koen Auto Co., Ltd.

เมื่อต้องรับมือกับงานเร่งด่วนและการเปลี่ยนแปลงตารางงานตลอดเวลา: ปัญหา “ขอเช็กตารางก่อนแล้วจะโทรกลับ” กลายเป็นเรื่องปกติ

— ช่วยเล่าถึงธุรกิจของบริษัทให้ฟังหน่อยครับ

คุณโคเอ็น:

ธุรกิจหลักของเราคือ การซ่อมบำรุงและตรวจสภาพรถยนต์ (Automotive Maintenance & Vehicle Inspection) นอกจากนี้ เรายังให้บริการงานซ่อมตัวถังและสีรถ (Bodywork Repair) รวมถึงการจำหน่ายรถยนต์อีกด้วย

เราดูแลรถยนต์หลากหลายประเภท ตั้งแต่

  • รถยนต์นั่งส่วนบุคคล

  • รถเพื่อการพาณิชย์ขนาดใหญ่ เช่น รถบรรทุก

  • รถราชการของหน่วยงานท้องถิ่น เช่น รถดับเพลิง

ด้วย

สิ่งที่เป็นจุดเด่นของเราคือ การรับงานซ่อมและบำรุงรักษาแบบเร่งด่วนโดยไม่ต้องนัดหมายล่วงหน้า (Walk-in Maintenance Service)

เมื่อมีลูกค้าที่ประสบปัญหากะทันหันหรือจำเป็นต้องใช้งานรถอย่างเร่งด่วน เราพร้อมให้ความช่วยเหลือทันที

ด้วยเหตุนี้ ชื่อเสียงด้านความรวดเร็วและความยืดหยุ่นในการให้บริการจึงแพร่กระจายผ่านการบอกต่อจากลูกค้าสู่ลูกค้า

ปัจจุบัน เราได้รับงานจำนวนมากจาก

  • บริษัทขนส่งในพื้นที่

  • ผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์

  • คนขับรถบรรทุก

ที่ต้องการผู้ให้บริการที่สามารถตอบสนองต่อปัญหาได้อย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม การรับงานเร่งด่วนอยู่เป็นประจำก็หมายความว่า ตารางงานต้องมีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา

การบริหารจัดการคิวงาน การจัดสรรช่าง และการสื่อสารการเปลี่ยนแปลงให้ทุกคนรับทราบจึงกลายเป็นความท้าทายสำคัญของอู่ซ่อมรถเช่นเรา และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เราเริ่มมองหาเครื่องมือดิจิทัลอย่าง KANNA เพื่อเข้ามาช่วยยกระดับการจัดการงานและการวางแผนตารางงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น.

เมื่อต้องรับมือกับงานซ่อมเร่งด่วนของรถเพื่อการพาณิชย์: ความท้าทายของการจัดตารางงานและการสื่อสาร

— บริษัทของคุณรับงานซ่อมเร่งด่วนสำหรับรถเพื่อการพาณิชย์ขนาดใหญ่ด้วย สิ่งนี้สร้างความท้าทายอะไรบ้าง?

คุณโคเอ็น:

ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดของเราคือ การบริหารจัดการและการสื่อสารตารางงาน

ในอดีต เราใช้ไวท์บอร์ดภายในสำนักงานสำหรับจัดการตารางงาน โดยแสดงรายการนัดหมายล่วงหน้าประมาณหนึ่งเดือน และใช้กระดาษที่พิมพ์รายละเอียดงานของรถแต่ละคันมาติดไว้บนไวท์บอร์ด

แต่ปัญหาคือ ไวท์บอร์ดนั้นอยู่ในสำนักงานเท่านั้น

ผมเองเป็นทั้งประธานบริษัทและยังทำงานเป็นช่างซ่อมอยู่ในอู่ด้วย ดังนั้นจึงมักได้รับโทรศัพท์จากลูกค้าระหว่างปฏิบัติงานอยู่เสมอ

อย่างไรก็ตาม จนกว่าผมจะเดินกลับไปที่สำนักงานและตรวจสอบไวท์บอร์ด ผมก็ไม่สามารถให้คำตอบที่ถูกต้องเกี่ยวกับตารางงานได้

สุดท้ายจึงต้องตอบลูกค้าว่า

“ขอผมเช็กตารางงานก่อน แล้วจะโทรกลับนะครับ”

ซึ่งหมายความว่าลูกค้าต้องรอคำตอบ และในบางกรณีก็อาจกระทบต่อการตัดสินใจหรือแผนงานของลูกค้าเอง

อีกเรื่องที่เป็นภาระอย่างมากคือ การเปลี่ยนแปลงตารางงาน

ในงานซ่อมรถยนต์ โดยเฉพาะรถเพื่อการพาณิชย์ เรามักเจอปัญหาอะไหล่ส่งมาล่าช้า

เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ เราจำเป็นต้องหยุดงานของรถคันหนึ่งไว้ชั่วคราว แล้วสลับไปดำเนินงานกับรถอีกคันแทน

ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง เราต้องกลับมาปรับไวท์บอร์ดใหม่ทั้งหมด

  • ถอดกระดาษรายการงานเดิมออก

  • ย้ายตำแหน่งงาน

  • ติดกระดาษใหม่

  • จัดเรียงตารางใหม่

กระบวนการเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยมากในแต่ละวัน

หากไม่ได้กลับเข้าสำนักงานเป็นระยะ ๆ ก็แทบจะไม่สามารถติดตามสถานะล่าสุดของตารางงานได้เลย

ยิ่งไปกว่านั้น ช่างส่วนใหญ่ใช้เวลาทำงานอยู่ในพื้นที่ซ่อมรถเป็นหลัก

การเดินกลับเข้าไปตรวจสอบไวท์บอร์ดในสำนักงานอยู่ตลอดเวลาไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่าย และสุดท้ายก็ไม่สามารถสร้างเป็นพฤติกรรมการทำงานประจำได้

ดังนั้น ในทางปฏิบัติ ผมจึงกลายเป็นคนที่ต้องคอยแจ้งการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ให้กับทีมงานด้วยวาจาอยู่เสมอ

ไม่ว่าจะเป็น

  • การเปลี่ยนลำดับงาน

  • การเลื่อนกำหนดการ

  • การรับงานเร่งด่วน

  • การเปลี่ยนแผนจากปัญหาอะไหล่

ทั้งหมดต้องอาศัยการสื่อสารแบบปากต่อปาก

ซึ่งไม่เพียงใช้เวลา แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงที่ข้อมูลจะตกหล่นหรือคลาดเคลื่อนได้อีกด้วย

ด้วยเหตุนี้ เราจึงเริ่มมองหาเครื่องมือที่ช่วยให้ทุกคนสามารถเข้าถึงตารางงานเดียวกันได้แบบเรียลไทม์ และลดการพึ่งพาไวท์บอร์ดและการสื่อสารด้วยวาจาลง ซึ่งท้ายที่สุดก็นำไปสู่การเลือกใช้ KANNA.

คุณโคเอ็น:

ผมรู้มานานแล้วว่ากระบวนการจัดการตารางงานแบบเดิม ซึ่งต้องคอยย้ายกระดาษบนไวท์บอร์ดแล้วเดินไปบอกทีมงานทีละคน เป็นวิธีการที่ไม่มีประสิทธิภาพ

จนกระทั่งวันหนึ่ง ผมได้เห็นจอมอนิเตอร์ที่ติดตั้งอยู่ภายในโชว์รูมของตัวแทนจำหน่ายรถยนต์แห่งหนึ่ง และในวินาทีนั้นเองผมก็คิดว่า

“นี่แหละคือสิ่งที่เราต้องการ!”

บนหน้าจอมอนิเตอร์มีการแสดงตารางงานของรถแต่ละคันอย่างชัดเจน ทำให้ทุกคนสามารถตรวจสอบความคืบหน้าและสถานะล่าสุดได้ทันทีเพียงมองแวบเดียว

ตอนนั้นผมจึงตระหนักว่า

หากเราสามารถนำการจัดการตารางงานและการสื่อสารมาทำให้เป็นดิจิทัลในลักษณะเดียวกันได้ เราก็จะสามารถยกเลิกการใช้ไวท์บอร์ดแบบเดิมได้อย่างสมบูรณ์

และที่สำคัญกว่านั้นคือ ช่างที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ซ่อมจะสามารถรับรู้ข้อมูลล่าสุดได้ทันที โดยไม่ต้องรอการแจ้งข้อมูลด้วยวาจาจากผมอีกต่อไป

ก้าวข้ามการจัดการด้วยไวท์บอร์ด: ฟังก์ชันปฏิทินที่เข้าถึงได้แม้อยู่นอกสำนักงาน

— ในเมื่อเป้าหมายของคุณคือการทำให้การจัดการตารางงานและการสื่อสารเป็นดิจิทัล อะไรคือเหตุผลที่ทำให้คุณเลือก KANNA?

คุณโคเอ็น:

ปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้เราตัดสินใจเลือก KANNA คือ ฟังก์ชันปฏิทิน (Calendar Function)

ระบบนี้ช่วยให้เราสามารถบันทึกตารางงานของรถแต่ละคัน พร้อมเชื่อมโยงกับช่างผู้รับผิดชอบงานได้โดยตรง

เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกำหนดการ ข้อมูลก็จะถูกอัปเดตทันทีในระบบ

นอกจากนี้ เรายังสามารถดูตารางงานของรถทุกคันได้จากหน้าจอเดียว ทำให้เห็นภาพรวมของการดำเนินงานทั้งหมดได้อย่างชัดเจน

ด้วยเหตุนี้ เราจึงสามารถนำแท็บเล็ตที่ติดตั้ง KANNA ไปวางไว้ในพื้นที่ซ่อมรถ เพื่อให้ช่างสามารถตรวจสอบตารางงานได้ตลอดเวลา โดยไม่จำเป็นต้องเดินกลับเข้าไปที่สำนักงาน

กล่าวอีกนัยหนึ่ง แม้ว่ารูปแบบการทำงานจะไม่เหมือนกับระบบของโชว์รูมรถยนต์ทุกประการ

แต่ผมมองเห็นว่า KANNA สามารถช่วยให้เราสร้างระบบการจัดการงานในแนวคิดเดียวกันได้

นั่นคือ

  • ทุกคนมองเห็นข้อมูลชุดเดียวกัน

  • ข้อมูลอัปเดตแบบเรียลไทม์

  • ไม่ต้องพึ่งพาไวท์บอร์ด

  • ไม่ต้องพึ่งพาการแจ้งข้อมูลด้วยวาจา

  • สามารถตรวจสอบสถานะงานได้ทุกที่ทุกเวลา

และนี่คือเหตุผลที่ทำให้ผมมั่นใจว่า KANNA คือเครื่องมือที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการยกระดับการบริหารงานของอู่ซ่อมรถของเรา.

นอกจากการจัดการตารางงานแล้ว ฟังก์ชัน Calendar ของ KANNA ยังมีระบบ Comment ที่ช่วยให้เราสามารถเพิ่มหมายเหตุหรือข้อมูลสำคัญประกอบแต่ละงานได้อีกด้วย

แม้ KANNA จะมีฟังก์ชันการทำงานที่หลากหลาย แต่สิ่งที่ผมประทับใจคือความง่ายในการใช้งาน

ตั้งแต่ช่วงทดลองใช้งาน ผมก็สามารถเรียนรู้และใช้งานได้ด้วยตัวเองโดยแทบไม่ต้องศึกษามาก

ช่างของเรามีอายุตั้งแต่ช่วงต้น 30 ปี ไปจนถึงกลาง 50 ปี แต่เนื่องจากทุกคนคุ้นเคยกับการใช้งานสมาร์ตโฟนอยู่แล้ว จึงสามารถเรียนรู้และใช้งาน KANNA ได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่รู้สึกว่าระบบมีความซับซ้อนหรือใช้งานยาก

ลดภาระงานของผู้บริหาร พร้อมสร้างการแบ่งปันข้อมูลทั่วทั้งองค์กร

— สุดท้ายนี้ เมื่อ KANNA ถูกนำมาใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ คุณคาดหวังผลลัพธ์อะไรในอนาคต?

คุณโคเอ็น:

ในฐานะประธานบริษัท ผมต้องรับผิดชอบแทบทุกอย่างภายในองค์กร

นอกจากการจัดการตารางงานและการลงมือซ่อมรถด้วยตัวเองแล้ว ผมยังต้องดูแลงานด้าน

  • การจัดทำใบเสนอราคา

  • การออกใบแจ้งหนี้

  • งานเอกสารและการประสานงานด้านประกันภัย

ด้วยเหตุนี้ ผมจึงคาดหวังอย่างมากว่า KANNA จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับบริษัทได้ในหลายด้าน

เพียงแค่ฟังก์ชัน Calendar ที่ช่วยให้เรามองเห็นแผนงานในอนาคตได้อย่างชัดเจน ก็ช่วยให้การปรับตารางงานเป็นเรื่องง่ายขึ้น และยังช่วยให้เราวางแผนภาระงานในระยะกลางถึงระยะยาวได้ดียิ่งขึ้น

แม้ว่าฟังก์ชันปฏิทินจะเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้เราตัดสินใจนำ KANNA มาใช้ แต่ในความเป็นจริงยังมีอีกหลายฟังก์ชันที่เราอยากนำมาใช้งานเพิ่มเติม

ตัวอย่างเช่น ในช่วงที่มีงานจำนวนมาก เรามักจ้างผู้รับเหมาภายนอกเข้ามาช่วยงานซ่อมตัวถังและสีรถ

ในกรณีที่ลูกค้าใช้ประกันภัย เราจำเป็นต้องจัดส่งภาพถ่ายก่อนและหลังการซ่อมให้กับบริษัทประกัน

ปัจจุบัน เราต้องขอให้บริษัทคู่ค้าถ่ายรูปแล้วส่งผ่านแอปพลิเคชันแชตหรือข้อความ

หลังจากนั้น เราต้องดาวน์โหลดรูปภาพและย้ายไฟล์เข้าสู่คอมพิวเตอร์อีกครั้ง

ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ยุ่งยากและใช้เวลามาก

หากบริษัทคู่ค้าของเราใช้งาน KANNA ด้วยเช่นกัน

ทุกขั้นตอนตั้งแต่

  • การถ่ายภาพ

  • การอัปโหลด

  • การแชร์ข้อมูล

  • การจัดเก็บประวัติ

จะสามารถดำเนินการได้ภายในแพลตฟอร์มเดียว โดยจัดการรถแต่ละคันเป็นหนึ่งโครงการ (Project) ได้อย่างเป็นระบบ

ในอนาคต เรายังต้องการใช้ฟังก์ชัน Photo Ledger และ Reports ของ KANNA ให้มากขึ้น

สำหรับรถของหน่วยงานราชการ เช่น

  • รถขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

  • รถดับเพลิง

  • รถราชการประเภทต่าง ๆ

ลูกค้ามักขอเอกสารรายงานกระบวนการซ่อมบำรุงเป็นหลักฐานประกอบ

ปัจจุบัน เราต้องนำรูปภาพไปจัดวางในไฟล์ Excel หรือ Word ด้วยตนเอง

แต่หากใช้ฟังก์ชัน Photo Ledger ของ KANNA

การจัดทำรายงานที่เคยใช้เวลานานอาจเหลือเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น

นอกจากนี้ หากเราเปลี่ยนจากการจัดทำ

  • ใบส่งมอบสินค้า (Delivery Notes)

  • ใบแจ้งหนี้ (Invoices)

ซึ่งปัจจุบันยังจัดทำโดยฝ่ายธุรการ ไปใช้ KANNA Reports

เราก็จะสามารถก้าวสู่กระบวนการทำงานแบบ Paperless ได้อย่างเต็มรูปแบบ

สำหรับเรา KANNA ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือจัดการตารางงานเท่านั้น

แต่เป็นแพลตฟอร์มที่มีศักยภาพในการเชื่อมโยงข้อมูล การสื่อสาร เอกสาร และกระบวนการทำงานทั้งหมดเข้าด้วยกัน

ช่วยลดภาระงานของผู้บริหาร เพิ่มการแบ่งปันข้อมูลภายในองค์กร และสร้างระบบการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นสำหรับทุกคนในทีม.

ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่เราต้องการมากที่สุดคือ การแบ่งปันข้อมูลที่ราบรื่นและเข้าถึงได้ง่ายผ่าน KANNA

ในฐานะอู่ซ่อมรถที่ให้บริการแก่ชุมชนท้องถิ่น เรามีความใกล้ชิดกับลูกค้ามาก

บ่อยครั้งที่ลูกค้าติดต่อช่างโดยตรงเพื่อขอรับบริการ และในบางกรณี งานก็เริ่มดำเนินการไปแล้วก่อนที่ผมในฐานะประธานบริษัทจะได้รับทราบเสียอีก (หัวเราะ)

อย่างไรก็ตาม หากทุกคนในองค์กรใช้งาน KANNA อย่างจริงจัง ไม่เพียงแค่ใช้เพื่อตรวจสอบตารางงานเท่านั้น แต่ยังใช้ในการลงทะเบียนงานใหม่และอัปเดตข้อมูลต่าง ๆ ด้วย

เราก็จะสามารถแบ่งปันสถานะของทุกคำขอ ทุกงานซ่อม และทุกโครงการให้ทีมงานทั้งหมดรับทราบได้พร้อมกัน

ไม่ว่าจะเป็น

  • งานที่เพิ่งได้รับเข้ามา

  • งานที่กำลังดำเนินการ

  • งานที่รออะไหล่

  • งานที่เสร็จสิ้นแล้ว

ทุกคนจะสามารถเข้าถึงข้อมูลเดียวกันได้แบบเรียลไทม์

สิ่งนี้จะช่วยลดการพึ่งพาการสื่อสารแบบปากต่อปาก ลดความเสี่ยงที่ข้อมูลจะตกหล่น และทำให้ทุกคนสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ดังนั้น ในอนาคต เราจะยังคงนำ KANNA มาใช้และพัฒนาวิธีการใช้งานอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างระบบการแบ่งปันข้อมูลที่โปร่งใส เข้าถึงง่าย และสนับสนุนการทำงานร่วมกันของทั้งองค์กรได้อย่างแท้จริง

สำหรับเรา KANNA ไม่ใช่เพียงเครื่องมือจัดการตารางงาน แต่เป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยเชื่อมโยงข้อมูล บุคลากร และกระบวนการทำงานทั้งหมดเข้าด้วยกัน เพื่อให้ทุกคนสามารถมองเห็นภาพรวมของงานและให้บริการลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น.

Article Published on:

Read more