• ฟีเจอร์
    เรื่องราวจากลูกค้า
    บทความ
สอบถาม

หน้าแรกบทความ

Agile คืออะไร? เข้าใจหลักการ วิธีทำงาน และการประยุกต์ใช้ในองค์กรไทยยุคใหม่

#เคล็ดลับ
2026/01/09
Agile คืออะไร? เข้าใจหลักการ วิธีทำงาน และการประยุกต์ใช้ในองค์กรไทยยุคใหม่

ในโลกธุรกิจยุคใหม่ที่ต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว การทำงานแบบเดิมอาจไม่ตอบโจทย์องค์กรอีกต่อไป หลายบริษัทจึงเริ่มใช้ ‘Agile’ เพื่อให้โครงการสำเร็จเร็วขึ้นและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ทันเวลา แต่หลายท่านอาจยังสงสัยว่า Agile คืออะไร? การทำงานแบบ Agile คืออะไร? และทำไมหลายองค์กรจึงเลือกใช้ วิธีการทำงานแบบ Agile? เพราะแท้จริงแล้ว ‘Agile’ ไม่ใช่เพียงเทคนิค แต่เป็นแนวคิดที่เปลี่ยนวิธีการบริหารโครงการ ให้ทีมสามารถส่งมอบงานได้เร็ว ปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง และสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจหลักการทำงาน Agile Workflow รูปแบบ Agile ที่นิยม ข้อดี ข้อจำกัด พร้อมตัวอย่างการใช้งานในธุรกิจไทย

Agile คืออะไร?

Agile คืออะไร?

Agile คือ วิธีการทำงานแบบยืดหยุ่นที่มุ่งเน้นการแบ่งงานเป็นรอบสั้น ๆ เพื่อปรับปรุงและส่งมอบงานได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ยึดติดกับแผนงานเดิม แต่สามารถปรับตัวตามความต้องการของลูกค้าหรือความเปลี่ยนแปลงในตลาดได้ การทำงานแบบ agile จึงเป็นแนวทางที่เน้นการทำงานร่วมกันเป็นทีม ให้ความสำคัญกับการสื่อสารระหว่างสมาชิก รับ Feedback จากลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ และปรับปรุงงานต่อเนื่อง เพื่อให้โครงการสำเร็จเร็วและมีคุณภาพ การทำงานแบบ Agile ไม่ใช่เพียงเทคนิค แต่เป็นแนวคิดที่ช่วยให้ทีมโฟกัสที่การส่งมอบคุณค่าและทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ การทำงานแบบ Agile จึงเหมาะกับทั้งองค์กรไอที ธุรกิจบริการ และแม้แต่โครงการก่อสร้างหรือการตลาด

 

หลักการสำคัญของ Agile (Agile Principles)

เพื่อให้ทุกท่านเข้าใจว่าการทำงานแบบ agile คืออะไร เรามาดูหลักการสำคัญที่เป็นหัวใจของ Agile กันก่อน

  • เน้นคนและการสื่อสาร มากกว่าเครื่องมือ

ทีมงานและการสื่อสารระหว่างสมาชิกมีความสำคัญที่สุด เครื่องมือเป็นเพียงตัวช่วยสนับสนุน การสื่อสารที่ดีช่วยลดความเข้าใจผิด เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และสร้างความร่วมมือระหว่างทีม

  • ซอฟต์แวร์ที่ใช้งานได้ มากกว่าเอกสารจำนวนมาก

การทำงานเน้นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ แทนที่จะเสียเวลาสร้างเอกสารจำนวนมาก งานที่เสร็จสมบูรณ์และพร้อมใช้งานสำคัญที่สุด เพราะเป็นการสร้างคุณค่าให้ลูกค้า

  • ร่วมมือกับลูกค้า มากกว่าการต่อรอง

Agile เน้นการร่วมมือและรับ Feedback จากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทีมสามารถปรับงานให้ตรงกับความต้องการจริง ลดความเสี่ยงที่จะพัฒนาสินค้าหรือบริการผิดทาง

  • ยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลง มากกว่าการยึดตามแผนเดิม

การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นบ่อยในธุรกิจ การทำงานแบบ Agile ช่วยให้ทีมปรับลำดับงานและกระบวนการทำงานตามความจำเป็น ทำให้โครงการยังคงเดินหน้าได้แม้เกิดความเปลี่ยนแปลง

Agile ทำงานอย่างไร? (Agile Workflow)

Agile ทำงานอย่างไร? (Agile Workflow)

การเข้าใจการทำงานแบบ agile ต้องรู้จัก Workflow หลักที่ทีมใช้ ได้แก่

  • Planning: การวางแผนรอบงาน (Sprint Plan)

ทีมกำหนดงานที่จะทำในรอบ Sprint เช่น 1–2 สัปดาห์ เพื่อให้ทุกคนรู้เป้าหมายชัดเจน การวางแผนนี้ช่วยให้ทีมโฟกัสงานสำคัญและคาดการณ์เวลาและทรัพยากรได้แม่นยำ

  • Execution: ลงมือทำตาม Task ที่กำหนดไว้

ทีมเริ่มทำงานตามลำดับความสำคัญ ใช้ Task Board เช่น Kanban Board เพื่อมองเห็นความคืบหน้าและลดงานซ้ำซ้อน

  • Daily Standup: ประชุมสั้น ๆ เพื่อติดตามงาน

การประชุมสั้นทุกวันช่วยให้ทีมรายงานความคืบหน้า ปัญหาที่เจอ ลดความล่าช้าและปัญหาที่ซ่อนอยู่และปรับลำดับงานได้ทันเวลา

  • Review: ตรวจสอบผลงานรอบที่ผ่านมา

ประเมินงานที่เสร็จสมบูรณ์ รับ Feedback จากลูกค้าหรือผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อนำไปปรับปรุงในรอบถัดไป

  • Retrospective: สรุปการทำงานและ ปรับวิธีทำงาน

ทีมวิเคราะห์ปัญหา สิ่งที่ทำได้ดี และปรับปรุงวิธีการทำงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดความผิดพลาดใน Sprint ต่อไป

 

รูปแบบ Agile ที่นิยมใช้ในองค์กร

การทำงานแบบ Agile มีหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับลักษณะงานและวัฒนธรรมองค์กร รูปแบบ Agile ที่นิยมใช้ในองค์กรทั่วไปมีดังนี้

  • Scrum: ทำงานเป็นรอบ Sprint

แบ่งงานเป็น Sprint สั้น ๆ 1–2 สัปดาห์ มีการประชุม Daily Standup, Review และ Retrospective เหมาะกับโครงการซับซ้อนที่ต้องปรับปรุงงานอย่างต่อเนื่อง และต้องการ Feedback เร็ว

  • Kanban: เน้นการไหลของงานแบบต่อเนื่อง

ใช้บอร์ด Kanban เพื่อให้มองเห็นงานทั้งหมดและสถานะของงานแต่ละชิ้น เน้นปรับปรุงงานแบบต่อเนื่อง ลดงานค้างและ Bottleneck

  • Lean: ลดสิ่งที่ไม่จำเป็นออก

เน้นการตัดกระบวนการหรือขั้นตอนที่ไม่สร้างคุณค่า ช่วยให้ทีมทำงานเร็วขึ้นและลดความสูญเสียทั้งเวลาและทรัพยากร

  • Hybrid Agile: ผสมระหว่าง Agile กับ Waterfall ตามลักษณะองค์กร

ใช้ Agile ในงานที่ยืดหยุ่น และ Waterfall สำหรับงานที่มีขั้นตอนชัดเจน ช่วยให้องค์กรปรับตัวได้ตามความซับซ้อนของโครงการ เหมาะกับองค์กรที่มีงานหลากหลายรูปแบบ

ข้อดีของการทำงานแบบ Agile

ข้อดีของการทำงานแบบ Agile

การทำงานแบบ Agile มีข้อดีหลายด้านที่ช่วยให้องค์กรแข่งขันได้และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานทั้งในระดับทีมและองค์กร รวมถึง

  • ส่งมอบงานได้เร็วขึ้น

การแบ่งงานออกเป็นรอบสั้น ๆ หรือ Sprint ช่วยให้ทีมสามารถส่งมอบผลงานได้เป็นระยะ ไม่ต้องรอให้โครงการเสร็จทั้งหมดก่อนการส่งมอบ การส่งมอบงานเป็นรอบยังช่วยให้ลูกค้าหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเห็นความคืบหน้าและให้ Feedback ได้ทันที ทำให้ทีมปรับปรุงงานต่อเนื่องและลดความล่าช้า

  • ปรับตัวได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง

ทีมสามารถปรับลำดับงานตาม Feedback ของลูกค้า หรือความเปลี่ยนแปลงของตลาดและปัจจัยภายนอกได้อย่างรวดเร็ว การทำงานแบบ Agile ช่วยให้องค์กรไม่ยึดติดกับแผนเดิม และสามารถจัดสรรทรัพยากรได้อย่างเหมาะสม ลดความเสี่ยงที่โครงการจะล้มเหลว

  • ทีมสื่อสารกันมากขึ้น

การประชุมสั้น ๆ เช่น Daily Standup และการใช้ Task Board ช่วยให้สมาชิกทีมเข้าใจสถานะงานของกันและกันอย่างชัดเจน นอกจากนี้ การสื่อสารต่อเนื่องยังช่วยลดข้อผิดพลาดในการทำงาน และสร้างความร่วมมือที่แข็งแรงระหว่างทีม

  • ลูกค้าได้ Feedback เร็ว

การส่งมอบงานทีละรอบ ทำให้ลูกค้าเห็นผลงานจริงและสามารถให้ Feedback ได้ทันที

การได้รับความคิดเห็นอย่างสม่ำเสมอช่วยให้ทีมปรับปรุงงานได้ถูกต้อง ลดการทำงานซ้ำ และสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้า

  • ลดความผิดพลาดระยะยาว

การตรวจสอบงานและปรับปรุงต่อเนื่องในแต่ละ Sprint ช่วยลดความผิดพลาดใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว ทีมสามารถเรียนรู้จากปัญหาที่เกิดขึ้น และปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

ข้อจำกัดหรือความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Agile

แม้การทำงานแบบ agile จะมีข้อดีมาก แต่หลายองค์กรมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Agile ทำให้ใช้งานไม่เต็มประสิทธิภาพ โดยความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Agile ที่พบบ่อย ได้แก่

  • Agile ไม่ใช่การทำงานแบบรีบเร่ง

Agile เน้นการปรับปรุงต่อเนื่องและการส่งมอบงานเป็นรอบ ไม่ใช่การเร่งงานให้เสร็จเร็วโดยไม่มีคุณภาพ การทำงานแบบรีบเร่งอาจสร้างความเครียดให้ทีมและทำให้ผลลัพธ์ออกมาไม่ตรงตามความต้องการของลูกค้า

  • Agile ไม่ใช่การไม่มีแผนงาน

หลายคนคิดว่า Agile ทำงานแบบไม่มีแผน แต่จริง ๆ ทีมต้องวางแผนรอบงาน (Sprint Plan) และกำหนดลำดับความสำคัญของ Task โดยใช้แผนที่ยืดหยุ่น ปรับได้ตามสถานการณ์จริง ไม่ยึดติดกับแผนเดิมจนเกินไป

  • Agile ไม่ใช่การประชุมทั้งวัน

บางองค์กรเข้าใจผิดว่า Agile คือการประชุมบ่อย ๆ แต่จริง ๆ การประชุมเพียงพอแค่ Daily Standup และ Review/Retrospective การประชุมสั้น ๆ ช่วยให้ทีมรายงานความคืบหน้า ปัญหา และอัปเดตงานโดยไม่เสียเวลามาก

  • Agile ไม่ใช่ทำงานไปเรื่อยโดยไม่มีกรอบ

ทีมยังต้องกำหนดเป้าหมายและ Timeline ชัดเจน แต่สามารถปรับลำดับงานตาม Feedback หรือปัญหาที่พบ กรอบงานช่วยให้ทีมยังคงโฟกัสงานสำคัญและส่งมอบงานตรงเวลา

  • ทีมต้องมีวินัยสูงและสื่อสารต่อเนื่อง

ความสำเร็จของ Agile ขึ้นอยู่กับวินัยและการสื่อสารของทีม หากทีมไม่รายงานงานหรือไม่ปรับตัวตาม Feedback การทำงานแบบ Agile จะไม่เกิดประสิทธิภาพเต็มที่


ตัวอย่างการใช้งาน Agile ในธุรกิจไทย

การประยุกต์การทำงานแบบ Agile ในธุรกิจไทยสามารถทำได้หลายลักษณะ ขึ้นอยู่กับประเภทงาน ตัวอย่างการใช้งาน Agile ในธุรกิจไทยมีดังนี้

  • ทีม Developer ทำระบบ

ใช้ Scrum หรือ Kanban เพื่อแบ่งงานเป็น Sprint ส่งมอบฟีเจอร์ทีละส่วนและปรับปรุงระบบต่อเนื่อง

ช่วยให้ลูกค้าเห็นผลงานและให้ Feedback ได้เร็ว ลดความเสี่ยงที่ระบบจะไม่ตรงตามความต้องการ

  • ทีมออกแบบ UX/UI

รับ Feedback จากผู้ใช้เป็นรอบ ๆ ปรับดีไซน์ตามความต้องการจริง ทำให้ทีมปรับปรุง User Experience ได้อย่างรวดเร็ว ลดการทำงานซ้ำและปรับตัวตามความต้องการลูกค้า

  • ทีมการตลาด (Marketing Sprint)

วางแผนแคมเปญและปรับปรุงกิจกรรมตามผลตอบรับของลูกค้า ทีมสามารถทดสอบไอเดียใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องและปรับปรุงกลยุทธ์ได้ตามผลลัพธ์จริง

  • ฝ่ายบริการลูกค้า

ใช้ Agile ในการติดตามปัญหาลูกค้า แก้ไขและปรับปรุงบริการอย่างรวดเร็ว การทำงานแบบ Sprint ช่วยให้ทีมสามารถจัดลำดับงานด่วนและลดเวลาการตอบกลับลูกค้า

  • โครงการก่อสร้างหรืองานที่ต้องตรวจหน้างานบ่อย

ใช้ Agile เพื่อติดตามความคืบหน้าหน้างาน ปรับลำดับงานตามปัญหาที่พบ ทีมสามารถปรับปรุงการจัดสรรทรัพยากรและ Timeline ได้ทันที ทำให้โครงการเสร็จตรงเวลา

KANNA ระบบที่ช่วยให้องค์กรไทยทำงานแบบ Agile ได้ง่ายขึ้น

KANNA เป็นซอฟต์แวร์จัดการงานจากญี่ปุ่นที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุน การทำงานแบบ Agile อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้องค์กรไทยสามารถปรับใช้การทำงานแบบ Agile ได้เต็มประสิทธิภาพ ซอฟต์แวร์จัดการงานอย่าง KANNA ได้รับการออกแบบมาเพื่อสนับสนุนทีมในทุกขั้นตอนของ Agile Workflow ช่วยให้ทีมสามารถมองเห็นงานทั้งหมดในที่เดียว ติดตามความคืบหน้าได้แบบเรียลไทม์ และปรับลำดับงานได้ตาม Feedback ของลูกค้าหรือความเปลี่ยนแปลงในโครงการ

ฟีเจอร์หลักที่ตอบโจทย์ Agile Working

  • Task Board แบบ Kanban

KANNA มี Task Board ที่แสดงงานในแต่ละขั้นตอน เช่น To Do, In Progress, Done ช่วยให้ทีมมองเห็นงานทั้งหมดและโฟกัสงานสำคัญตามลำดับความสำคัญ และสามารถปรับลำดับงานได้ตามความต้องการของทีม

  • ตั้ง Sprint / ตั้งวันที่กำหนดงาน

ทีมสามารถสร้าง Sprint และกำหนด Timeline ของแต่ละงานอย่างชัดเจน ช่วยให้ การทำงานแบบ Agile เป็นระบบ และสมาชิกทีมเข้าใจเป้าหมายร่วมกัน

  • Dashboard ดูสถานะงานใน Micro & Macro View

KANNA มี Dashboard แสดงภาพรวมทั้งในระดับ Micro (งานของแต่ละคน) และ Macro (ภาพรวมโครงการ) ช่วยให้ผู้จัดการและทีมสามารถติดตามความคืบหน้า และปรับลำดับงานตามความสำคัญ

  • Chat ในระบบเดียว ลดการใช้แอปหลายตัว

KANNA รองรับการสื่อสารภายในระบบเดียว ทำให้ทีมไม่ต้องสลับไปมาระหว่างแอป ช่วยให้ การทำงานแบบ Agile มีการสื่อสารต่อเนื่องและลดโอกาสเกิดข้อมูลตกหล่น

  • Workflow ขออนุมัติและขั้นตอนสำคัญไม่ให้ตกหล่น

KANNA ช่วยกำหนดขั้นตอนสำคัญของงานและระบบอนุมัติ ลดความเสี่ยงที่งานสำคัญจะถูกละเลย และช่วยให้ทีมทำงานตามลำดับความสำคัญได้อย่างต่อเนื่อง

 

สรุป

Agile คือ วิธีการทำงานที่เน้นความยืดหยุ่น การปรับปรุงต่อเนื่อง และการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้ การทำงานแบบ Agile ทำให้ทีมสามารถส่งมอบงานเร็ว ปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงได้ดี และลดข้อผิดพลาดระยะยาว แม้จะมีข้อจำกัด เช่น ต้องมีวินัยสูงและการสื่อสารต่อเนื่อง แต่การทำงานแบบ Agile ยังคงเป็นวิธีที่ช่วยให้องค์กรไทยสร้างความยืดหยุ่นและเพิ่มประสิทธิภาพ

การนำการทำงานแบบ Agile มาประยุกต์ใช้ร่วมกับเครื่องมือจัดการงานอย่าง KANNA จะช่วยให้องค์กรไทยสามารถทำงานได้เป็นระบบ โฟกัสงานสำคัญ และติดตามความคืบหน้าได้แบบเรียลไทม์ สำหรับองค์กรไทยที่ต้องการทำงานแบบ Agile จริงจัง KANNA พร้อมแล้วที่จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การจัดลำดับงาน การติดตามงาน และการสื่อสารระหว่างทีมเป็นเรื่องง่ายและเป็นระบบมากกว่าที่เคย!

 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: Agile คืออะไร?

A: Agile คือวิธีการทำงานแบบยืดหยุ่น แบ่งงานเป็นรอบสั้น ๆ ส่งมอบงานได้เร็ว และปรับตัวตามความต้องการของลูกค้า

Q: การทำงานแบบ Agile คืออะไร?

A: การทำงานแบบ Agile คือการทำงานที่เน้นทีมร่วมมือ การสื่อสารต่อเนื่อง และปรับลำดับงานได้ตามความสำคัญและ Feedback

Q: Agile เหมาะกับธุรกิจประเภทไหนบ้าง?

A: เหมาะกับทุกประเภทองค์กร ทั้งไอที การตลาด การออกแบบ โครงการก่อสร้าง และฝ่ายบริการลูกค้า ที่ต้องการปรับตัวเร็ว

Q: KANNA ช่วยการทำงานแบบ Agile อย่างไร?

A: KANNA มี Task Board แบบ Kanban, ตั้ง Sprint/Due Date, Dashboard แบบ Micro & Macro, Chat ในระบบเดียว และ Workflow อัตโนมัติ เพื่อสนับสนุนการทำงานแบบ Agile



กองบรรณาธิการ คอลัมน์ดิจิทัลไลเซชัน

กองบรรณาธิการ คอลัมน์ดิจิทัลไลเซชัน

KANNA (คันนะ) คือแพลตฟอร์มสนับสนุนการทำงานในรูปแบบดิจิทัลให้กับธุรกิจประเภทต่างๆ ตั้งแต่การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในหน้างาน ไปจนถึงการปรับปรุงการบริหารจัดการองค์กร
ในคอลัมน์นี้ ทีมงานของเรานำเสนอข้อมูลและบทความเชิงลึกที่เป็นประโยชน์ ครอบคลุมตั้งแต่การจัดการโครงการ การบริหารธุรกิจ ไปจนถึงการปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อช่วยให้องค์กรทุกระดับสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ราบรื่น และยั่งยืน

บทความที่เกี่ยวข้อง

โปรแกรมติดตามงาน คืออะไร? ทำไมองค์กรยุคใหม่ต้องมีระบบติดตามงานของพนักงานและลูกน้อง

โปรแกรมติดตามงาน คืออะไร? ทำไมองค์กรยุคใหม่ต้องมีระบบติดตามงานของพนักงานและลูกน้อง

#เคล็ดลับ

สอบถาม

KANNA สามารถปรับแต่งตามขนาดของบริษัท อุตสาหกรรม ขั้นตอนการทำงานของคุณ เป็นต้น
กรุณาติดต่อเราหากคุณต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนและค่าใช้จ่ายของเรา
เรายินดีที่จะเสนอแผนที่เหมาะที่สุดให้กับคุณ

KANNA สามารถปรับแต่งตามขนาดของบริษัท อุตสาหกรรม ขั้นตอนการทำงานของคุณ เป็นต้น
กรุณาติดต่อเราหากคุณต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนและค่าใช้จ่ายของเรา
เรายินดีที่จะเสนอแผนที่เหมาะที่สุดให้กับคุณ

ฟีเจอร์

  • English
  • ภาษาไทย
  • Bahasa Indonesia
  • 日本語
© 2026 Aldagram Inc.