การจัดการโครงการ คืออะไร? ครบทุกกระบวนการ เครื่องมือ และวิธีบริหารโครงการให้สำเร็จ

ในโลกธุรกิจปัจจุบัน การทำงานแบบโปรเจกต์กลายเป็นรูปแบบการทำงานที่ต้องมีในแทบทุกองค์กร การแข่งขันสูงขึ้น ความต้องการลูกค้าเปลี่ยนเร็ว และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ทำให้องค์กรต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว การทำงานแบบการจัดการโครงการ (Project Management) จึงกลายเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้โครงการเดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่การวางแผน การบริหารทรัพยากร การติดตามความคืบหน้า จนถึงการประเมินผล เพราะการจัดการโครงการไม่ใช่แค่การทำงานให้เสร็จตามกำหนดเวลาเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการบริหารทรัพยากร งบประมาณ ความเสี่ยง การสื่อสาร และคุณภาพงานให้ได้ตามเป้าหมาย การมีระบบบริหารโครงการที่ดีจะช่วยลดความผิดพลาด เพิ่มความโปร่งใส และทำให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจบนข้อมูลจริงได้
บทความนี้จะอธิบายทุกเรื่องที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับการจัดการโครงการ ตั้งแต่พื้นฐาน องค์ประกอบ ขั้นตอน เครื่องมือ เทคนิคที่นิยม ปัจจัยที่ทำให้โครงการล้มเหลว แนวทางแก้ไข และเหตุผลที่องค์กรยุคใหม่ควรใช้ซอฟต์แวร์ในการจัดการโครงการ พร้อมแนะนำ KANNA ซอฟต์แวร์จัดการโปรเจกต์จากญี่ปุ่นที่ช่วยให้องค์กรไทยบริหารงานได้อย่างครบวงจร

การจัดการโครงการ คืออะไร?
การจัดการโครงการ คือ กระบวนการวางแผน ควบคุม ติดตาม และประเมินผลโครงการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ ครอบคลุมทั้งเวลา งบประมาณ ทรัพยากร และคุณภาพงาน การจัดการโครงการช่วยให้ทีมทำงานอย่างเป็นระบบ ลดความผิดพลาด และสามารถปรับตัวได้ทันต่อความเปลี่ยนแปลง ในปัจจุบัน หลายองค์กรใช้ เทคนิคการจัดการโครงการเพื่อวางแผนโครงการใหม่ ๆ เช่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ การก่อสร้างอาคาร การพัฒนาระบบไอที หรือการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งการบริหารโครงการที่ดีจะช่วยให้ทีมสามารถติดตามความคืบหน้า ประเมินความเสี่ยง และปรับแผนได้อย่างรวดเร็ว พร้อมรับทุกสถานการณ์ที่เข้ามา
องค์ประกอบสำคัญของการจัดการโครงการ (Key Components)
การจัดการโครงการที่มีประสิทธิภาพต้องอาศัย องค์ประกอบหลัก 6 ส่วนดังนี้
1.เป้าหมายและขอบเขตโครงการ (Project Scope)
การกำหนดขอบเขตโครงการชัดเจนทำให้ทุกคนในทีมเข้าใจว่าโครงการนี้ “ต้องทำอะไร” และ “ไม่ต้องทำอะไร” การกำหนดขอบเขตที่ชัดเจนช่วยป้องกัน Scope Creep หรือการขยายงานเกินความจำเป็น ซึ่งมักทำให้โครงการล่าช้าและบานปลาย
2.เวลาและแผนงาน (Timeline & Schedule)
การบริหารเวลาเป็นหัวใจสำคัญของโครงการทุกประเภท การสร้าง Timeline ที่ชัดเจน ลำดับงานอย่างเป็นระบบ และกำหนด Deadline ช่วยให้ทีมสามารถประเมินความคืบหน้าได้ง่าย และจัดลำดับความสำคัญของงานได้อย่างถูกต้อง
3.ทรัพยากรและบุคลากร (Resource Management)
การจัดการทรัพยากรเป็นการบริหารกำลังคน อุปกรณ์ และงบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผู้จัดการโครงการต้องวิเคราะห์ความสามารถของทีม จัดสรรงานให้เหมาะสม และตรวจสอบให้แน่ใจว่าทรัพยากรไม่ถูกใช้งานเกินความจำเป็น
4.งบประมาณโครงการ (Budget Control)
การควบคุมค่าใช้จ่ายเป็นสิ่งสำคัญต่อความสำเร็จของโครงการ การจัดทำงบประมาณตั้งแต่เริ่มต้น การตรวจสอบการใช้จ่าย และการติดตามความเบี่ยงเบนจากงบประมาณที่วางไว้ ช่วยให้โครงการไม่บานปลายและสามารถจัดสรรเงินทุนได้อย่างเหมาะสม
5.ความเสี่ยงและการติดตามงาน (Risk & Monitoring)
ทุกโครงการมีความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นความล่าช้า การขาดแคลนทรัพยากร หรือปัญหาคุณภาพ การติดตามและประเมินความเสี่ยงอย่างต่อเนื่องช่วยให้ผู้จัดการโครงการสามารถเตรียมมาตรการป้องกัน และปรับแผนได้ทันเวลา
6.การสื่อสาร (Communication Management)
การสื่อสารเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการทำให้โครงการสำเร็จ หากทีมไม่สื่อสารกันดี ข้อมูลจะสูญหาย หรือการตัดสินใจจะล่าช้า การวางระบบสื่อสารที่ชัดเจน เช่น การประชุมเป็นระยะ การรายงานสถานะ และระบบ Chat ภายในโปรเจกต์ช่วยลดปัญหาได้อย่างมาก

ขั้นตอนหลักของกระบวนการจัดการโครงการ
การจัดการโครงการแบ่งออกเป็น 5 ขั้นตอนหลัก (Project Lifecycle) ได้แก่
- Initiation: การเริ่มต้นโครงการ
ขั้นตอนนี้เป็นการกำหนดเหตุผลและวัตถุประสงค์ของโครงการว่ามีความสำคัญอย่างไร และใครเป็นผู้เกี่ยวข้องหลัก การสร้าง Project Charter หรือเอกสารอนุมัติโครงการช่วยให้ทุกฝ่ายเข้าใจขอบเขต เป้าหมาย และทรัพยากรที่ต้องใช้
- Planning: การวางแผนโครงการอย่างละเอียด
การวางแผนที่ดีช่วยลดปัญหาล่าช้ากว่า 60% ในขั้นตอนนี้ต้องกำหนด
- ขอบเขตงาน (Scope)
- แผน Timeline และ Gantt Chart
- การจัดสรรทรัพยากรและบุคลากร
- การวางงบประมาณ (Budget)
- การประเมินความเสี่ยง (Risk Management)
- กระบวนการอนุมัติเอกสารและ Workflow
- Execution: การดำเนินงานตามแผน
ทีมเริ่มทำงานตามแผนที่วางไว้ เช่น การผลิต การออกแบบ การก่อสร้าง หรือการพัฒนาระบบ การบริหารงานในขั้นตอนนี้ต้องเน้นความชัดเจนของหน้าที่ ความรับผิดชอบ และการติดตามผล
- Monitoring & Control: การติดตาม ควบคุม และปรับแผน
ผู้จัดการโครงการต้องตรวจสอบความคืบหน้าจริงเทียบกับแผนงาน หากพบความล่าช้า หรือทรัพยากรถูกใช้เกิน ต้องปรับปรุงทันที การใช้ Dashboard และเครื่องมือ Project Management ช่วยให้ติดตามงานได้แบบ Real-time
- Closing: การปิดโครงการและประเมินผล
เมื่อโครงการเสร็จสิ้น ต้องสรุปผล วัด KPI จัดเก็บเอกสารและเรียนรู้จาก Lessons Learned เพื่อปรับปรุงการจัดการโครงการในครั้งต่อไป

เครื่องมือและเทคนิคที่นิยมใช้ในการจัดการโครงการให้มีประสิทธิภาพ
การใช้เครื่องมือที่เหมาะสมช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการจัดการโครงการได้อย่างชัดเจน เครื่องมือเหล่านี้ไม่เพียงช่วยให้ทีมเห็นภาพรวมของงาน แต่ยังช่วยให้สามารถติดตามความคืบหน้าและปรับแผนได้ทันเวลา
- Project Board: เห็นภาพงานทุกขั้นตอน
เป็นบอร์ดแสดงสถานะงานทุกขั้นตอน เช่น งานที่ยังไม่ได้เริ่ม งานที่กำลังดำเนินการ และงานที่เสร็จแล้ว ทำให้ทีมเห็นภาพรวมของโครงการทั้งหมด สามารถระบุจุดคอขวดและปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
- Gantt Chart: แผนงานและความสัมพันธ์ของงาน
แสดงความสัมพันธ์ของงานและ Timeline ช่วยให้มองเห็นเส้นทางของโครงการทั้งหมด และสามารถปรับเปลี่ยนลำดับงานหรือกำหนดเวลาที่เหมาะสมหากเกิดความล่าช้า เหมาะสำหรับโครงการที่มีหลายงานซ้อนกัน
- Roadmap: วางแผนภาพรวมของโครงการ
เป็นแผนภาพรวมระยะยาวของโครงการ เหมาะกับการบริหารหลายโปรเจกต์พร้อมกัน ทีมผู้บริหารสามารถเห็นทิศทางและเป้าหมายระยะยาวขององค์กร
- Dashboard: ดูภาพรวม KPI / ความคืบหน้า
แสดง KPI ความคืบหน้า งบประมาณ และตัวชี้วัดสำคัญแบบ Real-time ทำให้ผู้บริหารและทีมงานเห็นข้อมูลสำคัญทันที สามารถตัดสินใจและปรับแผนได้อย่างรวดเร็ว
- Task Assignment: มอบหมายงานชัดเจน
กำหนดผู้รับผิดชอบแต่ละงานอย่างชัดเจน ลดความซ้ำซ้อนและป้องกันงานตกหล่น ทำให้ทุกคนรู้หน้าที่และรับผิดชอบงานของตน
- Workflow Automation: ลดงานซ้ำซ้อน
ช่วยลดงานซ้ำซ้อน เช่น การอนุมัติเอกสาร การแจ้งเตือน การส่งต่อ หรือกระบวนการตรวจสอบต่าง ๆ ทำให้ทีมโฟกัสกับงานหลักได้มากขึ้น และลดความล่าช้าที่เกิดจากเอกสาร
ปัจจัยส่วนใหญ่ที่ทำให้การจัดการโครงการล้มเหลว พร้อมแนวทางการแก้ไข
การจัดการโครงการล้มเหลวมักเกิดจากปัจจัยหลายประการ แต่สามารถแก้ไขได้ด้วยเครื่องมือและแนวทางที่เหมาะสม สาเหตุหลักที่ทำให้การจัดการโครงการล้มเหลวมีดังนี้
- ไม่มีระบบกลาง ข้อมูลกระจัดกระจาย
ข้อมูลโครงการที่เก็บในหลายไฟล์หรือหลายช่องทาง ทำให้การติดตามยากและเสียเวลาในการค้นหา แนวทางแก้ไขคือใช้ Project Management Software ที่รวมข้อมูลทั้งหมดไว้ในที่เดียว
- การสื่อสารหลายช่องทาง ทำให้ติดตามงานได้ยาก
การสื่อสารผ่านอีเมล โทรศัพท์ หรือแชทหลายช่องทาง ทำให้ข้อมูลบางส่วนสูญหายหรือทีมไม่ได้รับข่าวสารทันเวลา การแก้ไขคือใช้ ระบบ Chat & Report ภายในโปรเจกต์ เพื่อให้ทุกข้อความและรายงานอยู่ในฐานระบบเดียว
- Timeline ไม่ชัดเจน ส่งผลให้งานล่าช้า
หากไม่มีแผนงานที่ชัดเจน จะทำให้ทีมไม่ทราบความสำคัญของแต่ละงาน การใช้ Gantt Chart และ Roadmap ช่วยให้เห็น Timeline ของแต่ละงานและความสัมพันธ์ระหว่างงาน
- ติดตามงานไม่ได้แบบ Real-time
การไม่ทราบสถานะจริงของงานอาจทำให้ล่าช้าและงบประมาณบานปลาย การแก้ไขคือใช้ Dashboard แบบ Real-time ที่แสดงความคืบหน้าและ KPI ของทุกงาน
- เอกสารและการอนุมัติใช้เวลานาน
การรอเซ็นเอกสารหรืออนุมัติแบบ Manual ทำให้โครงการล่าช้า ควรใช้ Workflow Automation และระบบลายเซ็นดิจิทัลเพื่อให้การอนุมัติเป็นอัตโนมัติและเร็วขึ้น
ทำไมองค์กรยุคใหม่ควรใช้ซอฟต์แวร์ช่วยในการจัดการโครงการ
การใช้ซอฟต์แวร์ช่วยในการจัดการโครงการ ไม่เพียงลดเวลาการบริหารงาน แต่ยังช่วยสร้างความโปร่งใสและเพิ่มประสิทธิภาพอย่างชัดเจน
- ลดข้อผิดพลาดที่เกิดจากมนุษย์ (Human Error)
ระบบซอฟต์แวร์ช่วยตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล ลดความผิดพลาดที่เกิดจากการจดจำหรือคำนวณผิด
- ทำงานได้เร็วขึ้น ด้วยข้อมูลเรียลไทม์
การเข้าถึงข้อมูลล่าสุดแบบทันทีช่วยให้ผู้จัดการโครงการสามารถตัดสินใจได้รวดเร็ว ลดความล่าช้าที่เกิดจากการรอรายงาน
- ทำงานแบบ Remote ได้
พนักงานสามารถทำงานจากที่บ้านหรือสาขาต่าง ๆ ได้ ทีมสามารถติดตามความคืบหน้าและส่งรายงานผ่านระบบออนไลน์
- โปร่งใส ตรวจสอบได้
ทุกขั้นตอนมีการบันทึกและตรวจสอบได้ ทำให้ผู้บริหารเห็นภาพรวมของโครงการและสามารถประเมินผลงานของทีมแต่ละคน
- สร้างวัฒนธรรมการทำงานแบบเป็นระบบ
การใช้ซอฟต์แวร์ช่วยสร้างมาตรฐานและ Workflow ที่เป็นรูปแบบ ช่วยลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มความสอดคล้องในการทำงาน
- ใช้ข้อมูลจริงประกอบการตัดสินใจ (Data-driven)
ข้อมูลจากระบบสามารถวิเคราะห์แนวโน้ม ปัญหา และผลลัพธ์ ทำให้การตัดสินใจไม่ขึ้นอยู่กับความรู้สึก แต่มีหลักฐานสนับสนุน

KANNA เครื่องมือการจัดการโครงการแบบครบวงจรสำหรับองค์กรไทยและทุกประเทศทั่วโลก
KANNA เป็นซอฟต์แวร์จัดการโครงการจากญี่ปุ่นที่ออกแบบให้เหมาะกับองค์กรไทยทุกขนาด ตั้งแต่ธุรกิจขนาดเล็ก กลาง ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่
ฟีเจอร์เด่นของ KANNA ในการจัดการโครงการ
KANNA ช่วยให้ทุกอุตสาหกรรมสามารถบริหารโครงการแบบครบวงจร ลดเวลาในการทำงาน เพิ่มความโปร่งใส และทำให้ทุกฝ่ายเห็นความคืบหน้าของงานแบบ Real-time
KANNA ช่วยจัดการงานเป็นโปรเจกต์ สามารถแบ่งงานออกเป็นงานย่อย (Sub-task) กำหนดผู้รับผิดชอบแต่ละงาน และติดตามความคืบหน้าได้แบบเรียลไทม์ ทำให้ผู้บริหารและทีมงานเห็นภาพรวมของโครงการทั้งหมดทันที
ตัวอย่าง: หากคุณมีโครงการก่อสร้างอาคาร ทีมงานแต่ละฝ่ายสามารถดูว่าใครรับผิดชอบงานใด กำหนดเส้นตายแต่ละงาน และติดตามความคืบหน้าโดยไม่ต้องสอบถามทีละคน
ประโยชน์: ลดความซ้ำซ้อน ป้องกันงานตกหล่น และทำให้ทุกงานมีความชัดเจน
KANNA มีระบบอนุมัติเอกสารแบบอัตโนมัติ เช่น ใบเบิกจ่าย ใบสั่งซื้อ หรือเอกสารสำคัญอื่น ๆ ทีมผู้บริหารสามารถอนุมัติผ่านระบบได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้กระดาษ
ตัวอย่าง: การอนุมัติงบประมาณโครงการสามารถส่งต่อผู้บริหารหลายคน และติดตามสถานะการอนุมัติได้แบบเรียลไทม์
ประโยชน์: ลดเวลาการอนุมัติ ลดความล่าช้า และลดโอกาสเกิด Human Error
KANNA รวมการสื่อสารและการรายงานงานไว้ในที่เดียว ทีมสามารถคุย สอบถาม หรือส่งรายงานประจำวันได้โดยไม่ต้องใช้หลายแพลตฟอร์ม
ตัวอย่าง: ทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์สามารถรายงานความคืบหน้าและแนบไฟล์สำคัญโดยตรงในระบบเดียว
ประโยชน์: ลดการสื่อสารหลายช่องทาง ลดความสับสน และทำให้ทุกคนมีข้อมูลอัปเดตเดียวกัน
ระบบ Dashboard ของ KANNA แสดงภาพรวมของโปรเจกต์ทั้งหมด ทั้ง KPI ความคืบหน้า งบประมาณ และ Timeline ของแต่ละงาน ทำให้ผู้บริหารและทีมงานสามารถติดตามผลลัพธ์และปรับแผนได้ทันเวลา
ตัวอย่าง: การตรวจสอบสถานะโครงการก่อสร้างหลายไซต์พร้อมกัน สามารถเห็นว่าไซต์ไหนล่าช้าและต้องปรับทรัพยากร
ประโยชน์: ทำให้การตัดสินใจรวดเร็วและแม่นยำ ลดโอกาสการเกิดปัญหาในโครงการ
KANNA รองรับการปรับแต่งให้เหมาะกับหลายอุตสาหกรรมและหลายสายงาน โดยไม่ต้องเขียนโค้ด ทำให้ธุรกิจสามารถสร้าง Workflow ของตัวเองได้อย่างง่ายดาย
ตัวอย่าง: องค์กรการเงินสามารถปรับ KANNA ให้ติดตามการอนุมัติสินเชื่อ ขณะที่บริษัทก่อสร้างปรับใช้เพื่อติดตามงานไซต์ก่อสร้าง
ประโยชน์: ใช้งานได้หลากหลาย สอดคล้องกับรูปแบบธุรกิจ ลดค่าใช้จ่ายในการพัฒนาระบบ
KANNA มาพร้อมฟังก์ชัน Gantt Chart ที่ช่วยแสดงแผนงานของโครงการในรูปแบบไทม์ไลน์ ทำให้เห็นลำดับงาน ระยะเวลาเริ่ม–สิ้นสุด และความเชื่อมโยงระหว่างงานแต่ละส่วนได้อย่างชัดเจน ทีมสามารถติดตามความคืบหน้าเทียบกับแผนที่วางไว้ และปรับตารางงานได้ทันทีเมื่อเกิดความล่าช้า

ตัวอย่างอุตสาหกรรมที่ใช้เครื่องมือการจัดการโครงการจาก KANNA
- อุตสาหกรรมก่อสร้าง
KANNA ช่วยบริหารงานก่อสร้างหลายไซต์พร้อมกัน ติดตาม Timeline และงบประมาณได้แบบ Real-time บริษัทก่อสร้างสามารถดูสถานะการทำงานของทุกไซต์ ตรวจสอบความคืบหน้า และประเมินความเสี่ยงของแต่ละโครงการ ลดปัญหาการล่าช้าและการเกินงบประมาณ
- อุตสาหกรรมการผลิต
ช่วยจัดการสายการผลิต แก้ปัญหาคอขวด และติดตามทรัพยากรอย่างแม่นยำ โรงงานสามารถจัดลำดับการผลิต ปรับเวลาการทำงานของเครื่องจักร และติดตามชิ้นส่วนคงคลังแบบเรียลไทม์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดการเสียเวลา และลดต้นทุนการผลิต
- อุตสาหกรรมไฟฟ้า แก๊ส ความร้อน และประปา
ติดตามงานซ่อมบำรุงและโครงการติดตั้งระบบใหม่ เช่น บริษัทสาธารณูปโภคสามารถติดตามงานซ่อมประจำปี ตรวจสอบความคืบหน้าของงานติดตั้งระบบ และจัดสรรบุคลากรอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความผิดพลาด และเพิ่มความปลอดภัยของงาน
- อุตสาหกรรมการเงินและประกันภัย
จัดการโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การติดตามข้อกำหนด และการอนุมัติเอกสาร โดยธนาคารสามารถติดตามกระบวนการอนุมัติสินเชื่อ ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร และติดตาม KPI ของทีมได้ อีกทั้งช่วยเพิ่มความโปร่งใส ลดความเสี่ยงด้านการเงิน และทำให้การตัดสินใจเร็วขึ้น
- อสังหาริมทรัพย์
ติดตามการก่อสร้างบ้าน อาคารชุด หรือโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ตัวอย่างเช่น บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์สามารถติดตามความคืบหน้าแต่ละโครงการ ตรวจสอบงบประมาณ และประเมินผลตอบแทนการลงทุน ลดความล่าช้า และเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า
- อุตสาหกรรมยานยนต์และการซ่อมบำรุงรถยนต์
ติดตามงานซ่อมบำรุง การจัดสรรอะไหล่ และ Timeline ของงานซ่อม การนำ KANNA ไปใช้ช่วยให้อู่ซ่อมรถยนต์สามารถจัดตารางงานซ่อม ลำดับความสำคัญ และจัดสรรช่างตามความเชี่ยวชาญ ลดเวลาในการซ่อม เพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า และลดความผิดพลาด
สรุป
การจัดการโครงการ (Project Management) หรือ การจัดการโครงการ คือ หัวใจสำคัญของความสำเร็จในองค์กรยุคดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็ก กลาง หรือใหญ่ การบริหารงานโดยมีระบบที่ชัดเจนสามารถช่วยลดความผิดพลาด เพิ่มประสิทธิภาพ และทำให้ทุกฝ่ายเห็นความคืบหน้าของงานแบบเรียลไทม์
การใช้ซอฟต์แวร์ช่วยในการจัดการโครงการอย่าง KANNA ช่วยให้องค์กรสามารถวางแผนและติดตามงานอย่างเป็นระบบ ลดข้อผิดพลาดจากมนุษย์ ทำงานแบบ Remote ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งช่วยเพิ่มความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ทำให้ผู้บริหารตัดสินใจได้เร็วขึ้นและแม่นยำ ลดความเสี่ยงและช่วยให้โครงการบรรลุเป้าหมาย และที่สำคัญที่สุดคือการรองรับการปรับแต่งตามความต้องการของแต่ละธุรกิจ ไม่ว่าจะอุตสาหกรรมเป็นก่อสร้าง การผลิต การเงิน หรือบริการ ทำให้ทุกองค์กรสามารถใช้เครื่องมือเดียวในการบริหารงาน ด้วยคุณสมบัติและฟีเจอร์ที่ครบวงจร ทำให้ KANNA เป็นเครื่องมือที่ตอบโจทย์การบริหารโครงการยุคใหม่ ช่วยให้องค์กรไทยและองค์กรทั่วโลกสามารถเพิ่มความรวดเร็ว ประสิทธิภาพ และความแม่นยำในการทำงานได้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: การจัดการโครงการเหมาะกับธุรกิจแบบไหน?
A: การจัดการโครงการเหมาะกับทุกธุรกิจที่มีหลายขั้นตอนงานและต้องการติดตามความคืบหน้า เช่น ก่อสร้าง การผลิต การเงิน ประกันภัย บริการส่วนบุคคล และอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดเล็ก กลาง หรือใหญ่
Q: ซอฟต์แวร์การจัดการโครงการช่วยอะไรได้บ้าง?
A: ซอฟต์แวร์ช่วยวางแผน ติดตามงาน และรายงานผลแบบ Real-time ลดเวลาในการจัดการงาน ลดข้อผิดพลาดจากมนุษย์ และเพิ่มความโปร่งใสในการทำงาน
Q: KANNA ใช้ยากไหม?
A: KANNA ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ปรับแต่งได้ตามสายงาน โดยไม่ต้องเขียนโค้ด ผู้ใช้สามารถสร้าง Workflow ของตนเองและกำหนด Task ได้ทันที
Q: รองรับภาษาไทยหรือไม่?
A: KANNA รองรับการใช้งานของผู้ใช้งานภาษาไทยอย่างเต็มรูปแบบ และสามารถปรับใช้กับองค์กรทุกขนาดได้อย่างราบรื่น
Q: สามารถติดตามงานแบบ Real-time ได้จริงหรือไม่?
A: สามารถทำได้ ระบบ Dashboard และ Timeline ของ KANNA จะแสดงความคืบหน้างานแต่ละโปรเจกต์แบบเรียลไทม์ ทำให้ผู้บริหารและทีมงานเห็นภาพรวมของโปรเจกต์ทันที
Q: เหมาะกับทีมที่ทำงาน Remote หรือไม่?
A: เหมาะอย่างยิ่ง เพราะทุกข้อมูล งาน และรายงานอยู่ในระบบเดียว ทำให้ทีมสามารถทำงานได้จากทุกที่ โดยไม่สูญเสียการสื่อสารหรือการติดตามงาน
Q: สามารถปรับใช้กับอุตสาหกรรมใดได้บ้าง?
A: KANNA รองรับการปรับแต่งให้เหมาะกับหลายอุตสาหกรรม เช่น ก่อสร้าง การผลิต การเงิน อสังหาริมทรัพย์ และบริการ ทำให้เครื่องมือเดียวตอบโจทย์การทำงานหลากหลายธุรกิจ
Q: ทำไมต้องเลือก KANNA แทนเครื่องมืออื่น?
A: KANNA เป็นซอฟต์แวร์จัดการโครงการจากญี่ปุ่นที่มีฟีเจอร์ครบวงจร เช่น Task Management, Approval Workflow, Dashboard & Timeline, Chat & Report, และ Customization แบบ No-code สามารถปรับใช้ได้ทุกอุตสาหกรรม ทำให้การจัดการโครงการง่าย รวดเร็ว และโปร่งใส

กองบรรณาธิการ คอลัมน์ดิจิทัลไลเซชัน
KANNA (คันนะ) คือแพลตฟอร์มสนับสนุนการทำงานในรูปแบบดิจิทัลให้กับธุรกิจประเภทต่างๆ ตั้งแต่การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในหน้างาน ไปจนถึงการปรับปรุงการบริหารจัดการองค์กร
ในคอลัมน์นี้ ทีมงานของเรานำเสนอข้อมูลและบทความเชิงลึกที่เป็นประโยชน์ ครอบคลุมตั้งแต่การจัดการโครงการ การบริหารธุรกิจ ไปจนถึงการปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อช่วยให้องค์กรทุกระดับสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ราบรื่น และยั่งยืน


