ปรแกรมบริหารงานก่อสร้างคืออะไร? คู่มือฉบับสมบูรณ์

Digital Transformation

blogCategoryTitle

ปรแกรมบริหารงานก่อสร้างคืออะไร? คู่มือฉบับสมบูรณ์

โปรแกรมบริหารงานก่อสร้าง (Construction management software) คืออะไร? คู่มือฉบับสมบูรณ์

ในธุรกิจก่อสร้าง การดำเนินให้โครงการเสร็จตามกำหนดเวลา ควบคุมต้นทุน และรักษาคุณภาพของงานไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะในแต่ละโครงการมีทั้งผู้บริหาร ผู้จัดการโครงการ วิศวกร สถาปนิก โฟร์แมน ผู้รับเหมาช่วง และทีมงานหน้างานที่ต้องทำงานร่วมกัน ขณะเดียวกันยังมีข้อมูลจำนวนมากที่ต้องติดตาม ตั้งแต่แผนงาน ความคืบหน้า เอกสาร รูปภาพ รายงาน ไปจนถึงงบประมาณและค่าใช้จ่าย เมื่อข้อมูลเหล่านี้ถูกจัดเก็บแยกกันอยู่ใน Excel อีเมล LINE/WhatsApp หรือเอกสารกระดาษแบบเดิม ๆ การบริหารโครงการจึงอาจกลายเป็นงานที่ต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการค้นหาและติดตามข้อมูลมากกว่าการบริหารจัดการโครงการจริง ๆ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ โปรแกรมบริหารงานก่อสร้าง หรือ ‘Construction Management Software’ เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในธุรกิจก่อสร้างยุคใหม่


โปรแกรมบริหารงานก่อสร้างคืออะไร?

โปรแกรมบริหารงานก่อสร้าง คือ ซอฟต์แวร์ที่ช่วยจัดการข้อมูล งาน และกระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้าง ตั้งแต่การวางแผน การมอบหมายงาน การติดตามความคืบหน้า การสื่อสาร การจัดเก็บเอกสาร ไปจนถึงการทำรายงานและตรวจสอบภาพรวมของโครงการ ในภาษาอังกฤษมักเรียกโปรแกรมบริหารงานก่อสร้างว่า ‘Construction Management Software’ หรือบางครั้งอาจใช้คำว่า ‘Construction Project Management Software’ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการสามารถทำงานร่วมกันบนข้อมูลชุดเดียวกันได้อย่างสะดวก ตัวอย่างเช่น ผู้จัดการโครงการสามารถดูได้ว่างานใดกำลังดำเนินการ งานใดล่าช้า และใครเป็นผู้รับผิดชอบ ขณะที่ทีมหน้างานสามารถอัปเดตข้อมูลหรือรายงานความคืบหน้าจากไซต์งานได้โดยไม่จำเป็นต้องรอกลับไปที่สำนักงาน ดังนั้น Construction Management Software จึงไม่ใช่เพียงโปรแกรมสำหรับจัดทำตารางงาน แต่เป็นระบบที่ช่วยเชื่อมโยงคน ข้อมูล และกระบวนการทำงานของโครงการให้ทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น

ทำไมธุรกิจก่อสร้างจึงต้องใช้ Construction Management Software?

งานก่อสร้างมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากธุรกิจทั่วไป เพราะโครงการเพียงหนึ่งโครงการอาจประกอบด้วยงานย่อย ๆ หลายร้อยหรือหลายพันรายการ และมีผู้เกี่ยวข้องจากหลายส่วนและหลายบริษัท การเปลี่ยนแปลงเพียงจุดเดียวอาจส่งผลต่อขั้นตอนอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกัน ยิ่งหากดำเนินการหลายโครงการพร้อมกัน ความท้าทายในการบริหารก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น โดยปัญหาที่พบได้บ่อยในการบริหารจัดการโครงการ ได้แก่

  1. ข้อมูลกระจัดกระจายอยู่หลายช่องทาง

หนึ่งใน Pain Point ที่พบได้บ่อยคือข้อมูลโครงการไม่ได้อยู่ในระบบเดียวกัน ตัวอย่างเช่น ตารางงานอยู่ใน Excel รูปถ่ายอยู่ในโทรศัพท์ รายงานอยู่ในอีเมล การสื่อสารอยู่ใน LINE/WhatsApp และเอกสารสำคัญถูกเก็บไว้ในโฟลเดอร์หลายแห่ง เมื่อผู้จัดการโครงการต้องการข้อมูลล่าสุด อาจต้องเปิดหลายโปรแกรมหรือสอบถามผู้ที่เกี่ยวข้องหลายรายกว่าจะได้คำตอบ ปัญหาที่ตามมาคือข้อมูลอาจไม่ตรงกัน และทีมอาจใช้ข้อมูลคนละเวอร์ชันในการทำงาน ซึ่งอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิด การทำงานซ้ำ หรือการตัดสินใจที่ล่าช้า ดังนั้น การมีระบบที่รวบรวมข้อมูลโครงการไว้ในที่เดียวจึงช่วยให้ทีมสามารถเข้าถึงข้อมูลล่าสุดและทำงานบนข้อมูลชุดเดียวกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

  1. ใช้เวลาตามงานและตามความคืบหน้าค่อนข้างมาก

คำถามที่ผู้จัดการโครงการมักต้องถามอยู่เสมอคือ 

“งานนี้ถึงไหนแล้ว?”

“ใครเป็นผู้รับผิดชอบ?”

“จะเสร็จเมื่อไร?”

“ทำไมงานถึงล่าช้า?”

หากคำตอบต้องมาจากการโทรศัพท์หรือส่งข้อความถามทีละคน การติดตามงานจะใช้เวลามาก และเมื่อมีหลายไซต์งาน ปัญหานี้จะยิ่งชัดเจนขึ้น โปรแกรมบริหารงานก่อสร้างจึงเข้ามาช่วยให้ข้อมูลเหล่านี้อยู่ในระบบที่สามารถตรวจสอบได้ง่ายขึ้น

  1. งานตกหล่นหรือไม่มีผู้รับผิดชอบชัดเจน

งานก่อสร้างมีรายละเอียดจำนวนมากและเกี่ยวข้องกับหลายฝ่าย หากไม่มีการกำหนดผู้รับผิดชอบและกำหนดส่งงานอย่างชัดเจน งานบางอย่างอาจถูกลืม ล่าช้า หรือเกิดความสับสนว่าใครต้องเป็นผู้ดำเนินการต่อ ส่งผลให้กระทบต่อขั้นตอนงานอื่น ๆ และความคืบหน้าของโครงการโดยรวม อีกทั้งในหลายองค์กรยังมีขั้นตอนที่ต้องจดข้อมูลก่อน แล้วนำกลับมาพิมพ์หรือทำรายงานที่สำนักงานอีกครั้ง กระบวนการดังกล่าวใช้เวลาและอาจมีโอกาสเกิดข้อผิดพลาดได้ง่าย การมีระบบที่สามารถใช้งานผ่านอุปกรณ์พกพาและส่งข้อมูลจากหน้างานได้ จึงช่วยลดช่องว่างระหว่างหน้างานกับออฟฟิศหรือสำนักงานใหญ่ลงได้อย่างมาก

  1. ผู้บริหารมองไม่เห็นภาพรวมของทุกโครงการ

สำหรับบริษัทที่มีโครงการหลายโครงการให้จัดการพร้อม ๆ กัน ผู้บริหารไม่ได้ต้องการเห็นเพียงรายละเอียดของไซต์ใดไซต์หนึ่ง แต่ต้องการทราบว่าโครงการไหนกำลังเป็นไปตามแผน โครงการไหนมีความเสี่ยงล่าช้า งานใดต้องเร่งติดตาม แต่ละโครงการมีสถานะอย่างไร และข้อมูลสำคัญอยู่ที่ไหน การมี Dashboard ที่รวบรวมข้อมูลจากหลายโครงการไว้ในหน้าจอเดียว จึงช่วยให้ผู้บริหารเห็นภาพรวมของโครงการได้อย่างรวดเร็ว สามารถเปรียบเทียบสถานะ ติดตามความคืบหน้า และมองเห็นประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้การวางแผนและตัดสินใจเชิงบริหารมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ฟีเจอร์สำคัญที่โปรแกรมบริหารงานก่อสร้างควรมี

ก่อนเลือก Construction Management Software บริษัทควรพิจารณาจากปัญหาที่ต้องการแก้มากกว่าดูเพียงจำนวนฟีเจอร์ เพราะแต่ละองค์กรมี Workflow ที่แตกต่างกัน ฟีเจอร์สำคัญที่ควรพิจารณามีดังนี้

  • Task Management หรือระบบจัดการงาน

Construction Management Software ที่ดีควรช่วยให้ผู้จัดการสามารถสร้างงาน มอบหมายงาน กำหนดวันครบกำหนด และติดตามสถานะได้ ข้อดีคือทีมจะเห็นหน้าที่ของตัวเองอย่างชัดเจน และผู้จัดการไม่จำเป็นต้องใช้วิธีถามความคืบหน้าทีละคน 

  • Gantt Chart สำหรับวางแผนโครงการ

Gantt Chart เป็นเครื่องมือที่ได้รับความนิยมในการบริหารโครงการก่อสร้าง เพราะช่วยแสดงงานและระยะเวลาในรูปแบบ TimeLINE/WhatsApp ผู้จัดการโครงการสามารถมองเห็นความสัมพันธ์ของงานต่าง ๆ รวมถึงติดตามความคืบหน้าและเปรียบเทียบกำหนดการกับผลการทำงานจริง โดยสามารถปรับแผนได้ง่ายเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลง

  • Project Dashboard และ Company Dashboard

Dashboard ช่วยเปลี่ยนข้อมูลจำนวนมากให้กลายเป็นภาพรวมที่เข้าใจง่าย สำหรับ Project Manager สามารถใช้ Project Dashboard เพื่อติดตามสถานะของโครงการ ส่วนผู้บริหารสามารถดูภาพรวมหลายโครงการผ่าน Company Dashboard ผู้เกี่ยวข้องสามารถเห็นสถานะและความคืบหน้าได้ง่ายขึ้น

  • ระบบจัดการเอกสารและรูปภาพ

ในงานก่อสร้าง รูปภาพถือเป็นข้อมูลสำคัญไม่แพ้เอกสาร เพราะสามารถใช้บันทึกสภาพหน้างาน ความคืบหน้า ปัญหาที่พบ หรือผลงานที่ดำเนินการเสร็จแล้ว ดังนั้น Construction Management Software ควรช่วยให้ทีมสามารถจัดเก็บรูปภาพ เอกสาร และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโครงการได้อย่างเป็นระบบ ทำให้ข้อมูลจากหน้างานสามารถนำมาใช้ประกอบการติดตามและรายงานโครงการได้สะดวกขึ้น

  • การสื่อสารและรายงานในระบบเดียว

เมื่อการสื่อสารอยู่ในหลายช่องทาง การค้นหาข้อมูลย้อนหลังอาจทำได้ยาก Construction Management Software ที่ดีจึงควรช่วยให้ทีมสื่อสารและจัดการข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโครงการในพื้นที่เดียวกัน ลดการกระจายข้อมูลไปตามอีเมล แชต และสเปรดชีต

  • Custom Report และ Workflow ที่ปรับแต่งได้

แต่ละบริษัทมีขั้นตอนการทำงานไม่เหมือนกัน บางแห่งมีแบบฟอร์มตรวจงานเฉพาะ บางแห่งต้องมีขั้นตอนอนุมัติหลายระดับ ดังนั้น โปรแกรมบริหารงานก่อสร้างที่ดีควรสามารถปรับ Workflow และแบบฟอร์มให้เข้ากับกระบวนการขององค์กรได้ รวมถึงต้องรองรับข้อมูลประเภทข้อความ ตัวเลข วันที่ รูปภาพ และลายเซ็นออนไลน์ได้อย่างครบถ้วน

โปรแกรมบริหารงานก่อสร้างเหมาะกับใครบ้าง?

หลายคนอาจเข้าใจว่า Construction Management Software เหมาะสำหรับการใช้งานในบริษัทรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว บริษัทที่มีโครงการและทีมงานหลายฝ่ายก็สามารถนำระบบเข้ามาช่วยจัดการได้ ซึ่งรวมถึง

  • ผู้รับเหมาก่อสร้าง - ใช้สำหรับติดตามงาน วางแผนโครงการ และประสานงานระหว่างสำนักงานกับไซต์งาน

  • ผู้จัดการโครงการ - ใช้ดู TimeLINE/WhatsApp มอบหมายงาน และติดตามความคืบหน้า

  • วิศวกรและโฟร์แมน - ใช้รายงานข้อมูลจากหน้างาน บันทึกรูปภาพ และติดตามงานที่ได้รับมอบหมาย

  • บริษัทอสังหาริมทรัพย์ - ใช้บริหารหลายโครงการและติดตามสถานะของแต่ละไซต์

  • บริษัทวิศวกรรมและงานโครงสร้างพื้นฐาน - ใช้จัดการข้อมูลโครงการที่มีหลายทีมและหลายพื้นที่

โปรแกรมบริหารงานก่อสร้างจาก KANNA สามารถปรับให้เข้ากับกระบวนการทำงานขององค์กรได้อย่างยืดหยุ่น รองรับธุรกิจหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ โทรคมนาคม หรือภาคการผลิต ช่วยให้แต่ละองค์กรสามารถนำระบบไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับรูปแบบการทำงานและลักษณะของโครงการได้มากขึ้น

โปรแกรมบริหารงานก่อสร้าง KANNA ช่วยให้โครงการบริหารง่ายขึ้นอย่างไร?

สำหรับบริษัทที่กำลังเผชิญกับปัญหาข้อมูลกระจัดกระจาย ต้องติดตามงานผ่านแชต ใช้ Excel หลายไฟล์ หรือมีหลายไซต์งานที่ต้องดูแลพร้อมกัน การนำ Construction Management Software เข้ามาใช้อาจเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่จะช่วยยกระดับการบริหารโครงการให้เป็นระบบและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม จุดสำคัญของการเลือกซอฟต์แวร์ไม่ใช่การมีฟีเจอร์จำนวนมาก แต่คือการตอบคำถามว่า “ระบบช่วยให้ทีมทำงานดีขึ้นอย่างไร?” KANNA ได้รับการออกแบบให้เป็นแพลตฟอร์มบนคลาวด์ที่รวบรวมข้อมูลโครงการและข้อมูลหน้างานไว้ในที่เดียว โดยมีฟังก์ชันสำหรับการจัดการงานครอบคลุมทั้งการจัดการเอกสารและรูปภาพ การรายงาน และการสื่อสาร รองรับการทำงานผ่านคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์

นอกจากนี้ KANNA ยังรวบรวมเอาฟังก์ชันสำคัญสำหรับการบริหารโครงการไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ไม่ว่าจะเป็น Task Management, Gantt Chart, Project Dashboard, Company Dashboard, Custom Report รวมถึงการจัดการรูปภาพและเอกสาร ตลอดจนการรายงานและการสื่อสารภายในโครงการ โดยสามารถปรับ Workflow ให้เหมาะกับกระบวนการทำงานของแต่ละองค์กรได้ 

ท้ายที่สุดแล้ว ประโยชน์ของการนำ Construction Management Software มาใช้ไม่ได้อยู่ที่การทำให้ทุกอย่างเป็นดิจิทัลเพียงอย่างเดียว แต่คือการทำให้คนในโครงการสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันจากแหล่งเดียวกัน ลดเวลาที่ต้องเสียไปกับการค้นหาและติดตามข้อมูล ลดโอกาสที่งานจะตกหล่น และช่วยให้ผู้บริหารมองเห็นภาพรวมของโครงการได้ชัดเจนขึ้น



คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: โปรแกรมบริหารงานก่อสร้างคืออะไร?

A: โปรแกรมบริหารงานก่อสร้างคือซอฟต์แวร์ที่ช่วยจัดการงานและข้อมูลของโครงการก่อสร้าง ตั้งแต่การวางแผน มอบหมายงาน ติดตามความคืบหน้า จัดการเอกสารและรูปภาพ ไปจนถึงการทำรายงานและดูภาพรวมของโครงการ ช่วยให้ทีมทำงานร่วมกันบนข้อมูลชุดเดียวกัน

Q: Construction Management Software ต่างจากการใช้ Excel อย่างไร?

A: Excel เหมาะสำหรับการจัดทำตารางและคำนวณข้อมูล แต่เมื่อโครงการมีหลายทีม หลายไซต์ และต้องอัปเดตข้อมูลอย่างต่อเนื่อง การใช้ไฟล์จำนวนมากอาจทำให้เกิดปัญหาเรื่องเวอร์ชันและการแชร์ข้อมูล Construction Management Software ได้รับการออกแบบมาเพื่อบริหารโครงการโดยเฉพาะ จึงสามารถเชื่อมโยงการมอบหมายงาน การติดตามสถานะ การรายงาน และข้อมูลโครงการเข้าด้วยกัน

Q: โปรแกรมบริหารงานก่อสร้างสามารถใช้งานจากหน้างานได้หรือไม่?

A: ได้ หากซอฟต์แวร์รองรับการใช้งานบนมือถือหรือแท็บเล็ต KANNA รองรับการใช้งานผ่านคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต รวมถึงรองรับการทำงานออนไลน์และออฟไลน์ ทำให้ทีมสามารถเข้าถึงข้อมูลและจัดการงานได้จากสถานที่ทำงานทุกที่ทุกเวลา

Q: KANNA เหมาะกับบริษัทที่มีหลายโครงการหรือไม่?

A: เหมาะ เพราะ KANNA มีฟังก์ชัน Company Dashboard และ Project Dashboard สำหรับช่วยรวบรวมข้อมูลและติดตามภาพรวมของโครงการ รวมถึงรองรับการจัดการงานหลายโครงการจากศูนย์กลาง จึงช่วยให้ผู้จัดการและผู้บริหารติดตามสถานะของแต่ละโครงการได้สะดวกขึ้น

Q: ควรเริ่มใช้ Construction Management Software อย่างไร?

A: ควรเริ่มจาก Pain Point ที่ชัดเจนที่สุดขององค์กร เช่น การตามงาน การทำรายงาน หรือการจัดการข้อมูลหน้างาน จากนั้นเลือก Workflow ที่จำเป็นและทดลองใช้กับโครงการหนึ่งก่อน เมื่อทีมเข้าใจระบบและเห็นประโยชน์แล้วจึงค่อยขยายไปยังโครงการอื่น วิธีนี้ช่วยให้การนำซอฟต์แวร์มาใช้เกิดขึ้นได้จริงและลดความยุ่งยากในการเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงาน